Product & Services
Business Solution
E-Learning
Partners

Physical Distancing เมื่อกายห่างกัน แบรนด์ยิ่งต้องใกล้คน

LINE Business Solution

IN FOCUS

  • แพลตฟอร์ม LINE ช่วยให้แบรนด์และผู้บริโภคเข้าถึงกันได้ แม้อยู่ในช่วงเว้นระยะห่างทางกายภาพ (Physical Distancing)
  • แบรนด์สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนมากได้ด้วย LINE Ads Platform (LAP) ซึ่งตอบสนองทุกวัตถุประสงค์ที่ต้องการ และตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์มองหา
  • แบรนด์สามารถยกระดับการบริการไปอีกขั้นด้วย LINE API และ LINE Beacon ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการรวดเร็วและสะดวกที่สุด

 

แบรนด์จะทำอย่างไร? เมื่อผู้คนยังรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวเอง เพราะการระบาดของ COVID-19 ทำให้พวกเขาไม่อยากเสี่ยงไปปรากฎตัวตามที่สาธารณะหากไม่จำเป็น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจต่างๆ ในทางกลับกันผู้คนใช้เวลาไปกับโซเชียลมีเดียมากขึ้น นั่นเลยทำให้การเลือกซื้อหรือตัดสินใจซื้อสินค้าของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไป แม้แต่กับคนที่ไม่เคยสนใจการดูหรือสั่งของออนไลน์มาก่อน

ต่อให้มีระยะห่างทางกาย แต่แบรนด์กับผู้บริโภคก็ยังใกล้กันได้

แอปพลิเคชันแชทที่คนไทยนิยมที่สุดเป็นอันดับหนึ่งคือ LINE ด้วยยอดผู้ใช้งานถึง 47 ล้านคน แล้วทำไมเราถึงจะไม่ใช้ข้อได้เปรียบในจุดนี้เพื่อเข้าถึงผู้บริโภค? เพราะนี่คือตลาดใหญ่ที่รอให้แบรนด์เข้าไปใกล้ชิดกับทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ต่อให้สังคมมี Physical Distancing ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะ LINE จะทำให้ธุรกิจต่างๆ มีโอกาสเติบโตได้

 

ผลสำรวจจาก McKinsey & Company เผยว่าในช่วง Physical Distancing มีการเติบโตของการจับจ่ายในช่องทางออนไลน์ของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

ซึ่งไม่ใช่แค่สินค้าประเภทยา ของใช้ในชีวิตประจำวัน และผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายเท่านั้น แต่สินค้าที่ให้ความบันเทิงอื่นๆ ก็เติบโตไม่แพ้กัน เพราะเมื่อมีเวลาอยู่บ้านมากกว่าเดิม คนก็เริ่มมองหาสิ่งอื่นทำ ทั้งทำอาหาร เรียนออนไลน์ ออกกำลังกาย ปลูกต้นไม้ หรือเล่นดนตรี รวมถึงสิ่งที่ช่วยให้ความเป็นอยู่ในชีวิตดีขึ้น ความต้องการเหล่านี้ล้วนนำไปสู่การขายของแบรนด์ได้ทั้งสิ้น

เพิ่มช่องทางการขาย เพิ่มการจดจำ

กลยุทธ์แรกที่จะช่วยให้แบรนด์เจอลูกค้าได้ง่ายๆ คือ กลยุทธ์การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มการจดจำ ซึ่งถ้าจะให้ดีที่สุด แบรนด์ควรหมั่นไปปรากฎตัวตามจุดต่างๆ ที่ลูกค้าใช้เวลาอยู่ด้วย ดังนั้น LINE Display Ads นี่แหละที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการโฆษณาให้ดียิ่งกว่าเดิม เพราะลูกค้าจะเจอได้ทั้งใน LINE TV, Chat List, LINE TODAY หรือแม้แต่หน้า LINE Wallet ทำให้ทุกจุดที่โฆษณาของเราปรากฎจะเข้าถึงคนจำนวนมากได้

เช่น KFC ที่แสดงโฆษณาผ่านหน้า Smart Channel (แถบโฆษณาด้านบนของหน้าจอแชท) เพื่อเข้าหากลุ่มเป้าหมาย โดยมีการวางกลยุทธ์ เช่น ยิงโฆษณาโดยเลือกวันศุกร์สิ้นเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เงินเดือนใกล้ออก และยังใช้โปรโมชั่นลดราคาพิเศษ สอดคล้องไปกับช่วงสิ้นเดือน จึงกระตุ้นความสนใจได้ถูกจังหวะ โดยลิงก์ไปยังหน้าการสั่งซื้อได้ทันที

อีกเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยส่งให้การโฆษณาบน LINE ทะลุเป้าตามความต้องการคือ LINE Ads Platform (LAP) ที่จะทำให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้ในวงกว้างและตอบสนองทุกวัตถุประสงค์ สามารถใส่ Call-to-action กดลิงก์ไปยังเว็บไซต์หรือ LINE Official Account (LINE OA) ก็ได้ ผลลัพธ์คือแบรนด์สามารถเพิ่มยอดติดตามใน LINE OA, ดึงดูดคนไปลงทะเบียนเว็บไซต์, โปรโมทโปรโมชัน หรือโฆษณาผลิตภัณฑ์ใหม่ก็ได้เช่นกัน

ข้อได้เปรียบอีกอย่างของ LINE Ads Platform (LAP) คือ ระบบจะช่วยเลือกตำแหน่งโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (Ads placement) บน LINE Platform ให้ได้เลย ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่าอย่างแน่นอน เช่น Sizzler เลือกโปรโมทโปรโมชันใหม่สำหรับการสั่งเมนูเดลิเวอรี่ ผลลัพธ์ที่ได้คือมียอดการคลิกถึง 45,000 ครั้ง ใน 1 เดือน ทำให้ราคาเฉลี่ยที่จะต้องจ่ายเมื่อเกิดการคลิกโฆษณา 1 ครั้งต่ำกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ ถึง 66% 

เชื่อมประสบการณ์ลูกค้าอย่างไร้รอยต่อทั้งออฟไลน์-ออนไลน์

     เมื่อแบรนด์มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นแล้ว ก็ควรสื่อสารให้น่าประทับใจทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ มาดูตัวอย่างธุรกิจที่สามารถเชื่อมการสื่อสารได้อย่างไร้รอยต่อ เช่น ธุรกิจที่ต้องให้บริการผู้คนจำนวนมากในแแต่ละวันอย่างธุรกิจโรงพยาบาล ที่สามารถใช้ทั้ง LINE API กับ LINE Beacon ไปพร้อมกัน

การติดตั้ง LINE API ตั้งแต่ในส่วนของการออกแบบ Rich Menu ก็เพื่อยกระดับการให้บริการ โดยการให้ผู้ใช้ทำรายการต่างๆ ด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เป็นการช่วยลดขั้นตอน ซึ่ง LINE OA จะแบ่งฟีเจอร์ในการทำงานออกเป็น การถาม-ตอบสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง, นัดหมายแพทย์ด้วยตัวเอง, จ่ายค่ารักษาพยาบาลผ่าน LINE Payment และเทคโนโลยี LINE Beacon ที่อำนวยความสะดวกตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล โดยจะส่งข้อความเข้าไปทักทาย หรือถ้าใครนัดหมายแพทย์ไว้ก็จะมีข้อความแจ้งไปเตือนทันทีว่า ผู้ป่วยจะต้องไปพบแพทย์ที่ไหน แผนกใด

การทำงานของ LINE Beacon นั้นผู้ใช้จะต้องเปิดสัญญาณบลูทูธไว้ แล้วเมื่อเดินเข้าไปในระยะที่กำหนด ข้อความจากแบรนด์ก็จะเด้งเข้ามาที่ LINE OA ของผู้ใช้อัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชัน บริการพิเศษ หรือกิจกรรมที่กำลังจัดอยู่บริเวณนั้น จะเป็นการกระตุ้นความสนใจได้ในทันที

LINE API สามารถช่วยให้แบรนด์เก็บข้อมูลของผู้ใช้งาน เพื่อนำไปพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ดียิ่งขึ้น แล้วยังช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ด้วย

บริหารความสัมพันธ์ด้วย LIVE ได้ทุกที่ทุกเวลา

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้แบรนด์และผู้บริโภคได้เจอกัน พูดคุยกัน และทำกิจกรรมร่วมกันคือ In-LINE LIVE Viewer ซึ่งที่ผ่านมามีหลายแบรนด์เริ่มใช้ อาทิเช่น คาราบาวแดง ที่มีผู้ติดตามเกือบสามล้านคน โดยไลฟ์ตอบคำถามชิงรางวัล ซึ่งเชื่อมโยงกับรายการเกมโชว์ ลุ้นล้าน ล่าฝัน แจ็คพอต ทางช่อง 3HD โดยผู้ที่เข้าชมไลฟ์จะสามารถมีส่วนร่วมจากการคอมเมนต์และกดหัวใจระหว่างถ่ายทอดสด และการตอบคำถามลุ้นรางวัลกันตลอดรายการ ซึ่งมียอดผู้ชมเฉลี่ยถึง 172,405 คนต่อครั้ง

     การไลฟ์ยังช่วยบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า เพราะสามารถโต้ตอบกันได้โดยตรง ถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัย

แบรนด์สามารถให้คำตอบได้เดี๋ยวนั้น ซึ่งส่งผลให้ลูกค้ารู้สึกอยากจะกลับมาหาแบรนด์อีก การไลฟ์ยังทำให้ข้อจำกัดเรื่องสถานที่และเวลาหมดไป ไม่ต้องห่วงว่าลูกค้าจะเดินทางมาได้ไหม แบรนด์แค่ต้องสื่อสารออกไปให้ชัดว่าไลฟ์จะเกิดขึ้นเมื่อไร ลูกค้าจะได้เตรียมตัวไว้ให้พร้อมรับชม

IN-LINE LIVE Viewer ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังใช้เพื่อผลักดันให้เกิดยอดขายได้ด้วย แบรนด์ไหนที่มีสินค้าออกใหม่ ถ้าอยากปิดการขายควรเสริมทัพด้วย LINE MyShop ฟีเจอร์ที่ไม่ต่างจากเว็บไซต์ส่วนตัว ดู-ช้อป-จ่าย ได้เสร็จสรรพในแอปฯ เดียว เมื่อสนใจสินค้าชิ้นไหน ลูกค้าก็แค่กดเข้ามาที่ MyShop ของแบรนด์ เลือกของที่สนใจ กดใส่ตะกร้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันที จากนั้นกดจ่ายเงินได้เลยไม่ต้องย้ายไปแอปฯ ไหน เพราะสามารถจ่ายผ่าน Rabbit LINE Pay ได้ MyShop จะทำให้แบรนด์หมดปัญหาการจัดการสต็อกที่ยุ่งยาก เพราะมีระบบออกบิล-จัดการสินค้า-สรุปรายการให้ทั้งหมด 

จริงอยู่ว่า Physical Distancing ทำให้ทั้งแบรนด์และผู้บริโภคต้องห่างไกลทางกาย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ความกังวลใจเกี่ยวสุขอนามัย หรือแม้แต่เมื่อสังคมตกอยู่ในสถานการณ์ล็อกดาวน์ แต่แบรนด์ก็สามารถมีช่องทางออนไลน์ที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายอย่าง LINE เพื่อตอบโจทย์ทุกการสื่อสาร แค่ไม่กี่คลิกก็ปิดการขายได้ เพียงเลือกกลยุทธ์ให้ถูก แบรนด์ก็จะเติบโตสู่อนาคต เมื่อเริ่มได้เร็ว โอกาสถึงเป้าหมายก็ยิ่งเร็วตาม

LINE for Business ตอบโจทย์ทุกความต้องการของการทำธุรกิจได้อย่างครบวงจร มีทุกเครื่องมือให้ธุรกิจก้าวสู่โซเชียลคอมเมิร์ซได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด หากสนใจวางแผนธุรกิจให้เติบโตไปอีกขั้นติดต่อเรา

ดู Business Case Studies เพิ่มเติม

LINE Business Solution

ไอเดียเร่งลุยธุรกิจความงาม คว้ากำไรด้วยฟีเจอร์เด็ดใน LINE

LINE Business Solution

OMO การตลาดแบบไร้เส้นแบ่งช่วยดันยอดขายธุรกิจร้านค้าและร้านอาหาร

LINE Business Solution

เจาะลึกพฤติกรรม Silver Age แหล่ง Blue Ocean กำลังซื้อสูงที่แบรนด์ควรลงทุน!

กลับสู่หน้าหลัก Business Case Studies

FAQร่วมเป็น Partnerติดต่อข้อตกลงและเงื่อนไขเกี่ยวกับ LINE

© LINE Corporation ©