Product & Services
Business Solution
E-Learning
Partners

Help Center - LINE Official Account

{{ searchErrorMessage.text }}
{{ tab }}
{{ selectedContent.tab }}
{{ b.text }}

{{ selectedContent.tab }}

LINE Official Account introduction
รู้จัก LINE Official Account
สภาพแวดล้อมแนะนำสำหรับใช้งาน
Getting Started
วิธีการล็อกอินเข้าใช้งาน
LINE Business ID คืออะไร
ชนิดของบัญชี LINE Official Account
ลืมรหัสผ่าน
Broadcast
บรอดแคสต์แบบระบุกลุ่มเป้าหมายคืออะไร
การบรอดแคสต์แบบกำหนดจำนวนข้อความคืออะไร
ฟังก์ชันสร้างการทดสอบ A/B test คืออะไร
การบรอดแคสต์ข้อความสามารถใช้อิโมจิได้หรือไม่
ประเภทของข้อความที่ถูกนับในจำนวนข้อความบรอดแคสต์ที่ส่งไป
การคิดจำนวนข้อความการบรอดแคสต์
Rich Media Message
ริชเมสเสจและริชวิดีโอเมสเสจคืออะไร
การสร้างรูปริชเมสเสจ
Outreach
วิธีการแจกคูปอง
หลังเปิดใช้คูปองแล้วสามารถแก้เนื้อหาของคูปองได้หรือไม่
บัตรสะสมแต้มคืออะไร
วิธีการสร้างบัตรสะสมแต้ม
วิธีการแจกแต้ม
ต้องการแก้ไขข้อมูลบัตรสะสมแต้มที่เปิดใช้บัตรแล้ว
วิธีการระงับบัตรสะสมแต้ม
แบบสอบถามคืออะไร
ข้อมูลคุณสมบัติผู้ใช้งาน LINE ที่สามารถรวบรวมได้จากแบบสอบถาม
การสำรวจความพึงพอใจบัญชีทางการคืออะไร
Chat Screen
ริชเมนูคืออะไร
การสร้างรูปริชเมนู
ริชเมนูไม่แสดงเมื่อถึงเวลาที่ตั้งค่าไว้
เงื่อนไขการเปิด On-Air
Data Control
กลุ่มเป้าหมายคืออะไร
วิธีการสร้างกลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายที่สร้างเรียบร้อย ยังค้างสถานะ "กำลังเตรียมการ" อยู่
จำนวนเป้าหมายโดยประมาณของกลุ่มเป้าหมายไม่ตรงกับจำนวนเป้าหมายที่ส่งข้อความถึงจริง
วิธีการรับ LINE Tag
วิธีการติดตั้งแท็ก (เบสโค้ด)
ติดตั้งเบสโค้ดหลายชุดในเพจเดียวกันได้หรือไม่
วิธีการติดตั้งแท็ก (คอนเวอร์ชันโค้ด)
วิธีการติดตั้งแท็ก (อีเวนท์โค้ดที่กำหนดเอง)
วิธีการติดตั้งแท็ก image
สามารถเปลี่ยนตำแหน่งการวัดค่าในแต่ละข้อความบรอดแคสต์ได้หรือไม่
ระบบนับคอนเวอร์ชันทั้งที่ไม่เกิดคอนเวอร์ชันจริง
วิธีการตรวจสอบสถานะของ LINE Tag
LINE Tag ไม่ทำงาน
LINE Tag แตกต่างจากแท็กที่ใช้ได้ใน LINE Ads Platform หรือไม่
Gain friends
วิธีการตรวจสอบ QR Code สำหรับเพิ่มเพื่อนหรือแท็ก HTML ของปุ่มเพิ่มเพื่อน
วิธีการสร้างโปสเตอร์เพิ่มเพื่อนใหม่
วิธีการตรวจสอบข้อมูลของผู้ใช้ที่เพิ่มเป็นเพื่อน
โฆษณาเพิ่มเพื่อน (Gain Friends Ads) คืออะไร
Insight
ข้อมูลเชิงลึกคืออะไร
วิธีการอ่านข้อมูลเชิงลึกบรอดแคสต์ จำนวนข้อความที่ถูกเปิดและจำนวนอิมเพรสชันคืออะไร
การวัดค่าคอนเวอร์ชันคืออะไร
วิธีการตรวจสอบสถานะการโพสต์ไทม์ไลน์
ค่าอิมเพรสชันของไทม์ไลน์คืออะไร
ดูวิดีโอ (อย่างน้อย 3 วินาที) และ ดูวิดีโอ (อย่างน้อย 1 นาที) คืออะไร
เวลาดูวิดีโอทั้งหมดของไทม์ไลน์คืออะไร
ผู้ติดตามคืออะไร
Timeline
โพสต์อะไรลงบนไทม์ไลน์ได้บ้าง
วิธีการลบโพสต์บนไทม์ไลน์
สามารถกู้ข้อมูลโพสต์ที่ลบไปแล้วกลับมาได้หรือไม่
วิธีจัดการความคิดเห็นที่เป็นสแปม
วิธีการรายงานปัญหาโพสต์และความคิดเห็นบนไทม์ไลน์
สาเหตุที่ทำให้โพสต์ถูกรายงานปัญหาหรือถูกลบ
Chat
การแชทคืออะไร
วิธีการเริ่มใช้งานแชท
รองรับการแชทแบบกลุ่มหรือไม่
วิธีตั้งค่าการแจ้งเตือน
ไม่ได้รับการแจ้งเตือน
แก้ไขหรือลบข้อความที่ส่งไปแล้วได้หรือไม่
วิธีการใช้งาน LINE สติกเกอร์ที่ซื้อ
ประเภทของ LINE สติกเกอร์ที่สามารถใช้งานได้
LINE Call คืออะไร
วิธีเปิดใช้งาน LINE Call
วิธีส่งคำขอการโทรให้ผู้ใช้
วิธีกำหนดเวลาใช้งาน คำขอการโทร
วิธีตั้งค่าข้อความเมื่อไม่สามารถรับโทรศัพท์
ระบบจะส่งข้อความเมื่อไม่สามารถรับโทรศัพท์เมื่อใด
ไม่ต้องการรับโทรศัพท์ก่อกวน หรือ Spam Call
วิธีการตั้งค่าแจ้งเตือนสายเรียกเข้า
ไม่ได้รับสายเรียกเข้าจากผู้ใช้
ฟังก์ชันการโอนสาย LINE Call เสียค่าโทรหรือไม่
วิธีตั้งค่าการโอนสาย
ไม่สามารถใช้งานกล้องในการโทรผ่านหน้าจอการจัดการบนเว็บ
ไม่สามารถใช้งานไมโครโฟนในการโทรผ่านหน้าจอการจัดการบนเว็บ
เวอร์ชันของแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งาน LINE Call ได้
Profile
โปรไฟล์คืออะไร
วิธีการแก้ไขโปรไฟล์
วิธีทำให้ปุ่มโทรแสดงบนหน้าโปรไฟล์
LIVE
เงื่อนไขการเปิด LIVE
Setting
จำนวนข้อความที่สามารถส่งได้
วิธีการตรวจสอบจำนวนข้อความฟรีที่ส่งไปแล้ว
วิธีการส่งข้อความบรอดแคสต์เกินจำนวนข้อความฟรีที่มีในระบบ
พบปัญหาในการใช้งาน
Intellectual Property
การคุ้มครองลิขสิทธิ์คืออะไร
ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับรายงานปัญหาเมื่อถูกละเมิดสิทธิ์
หากพบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น สามารถรายงานปัญหาแทนได้หรือไม่
อยากทราบขั้นตอนการจัดการกับรายงานปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์
ระบบจะแจ้งข้อมูลอะไรให้ผู้ลงคอนเทนต์บ้าง เมื่อคอนเทนต์ดังกล่าวถูกลบเพราะมีผู้รายงานปัญหา
วิธีการยกเลิกรายงานปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ส่ง
หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จะได้รับการคุ้มครองหรือไม่
งานลิขสิทธิ์สืบเนื่องคืออะไร
รายได้ที่เกิดขึ้นระหว่างถูกรายงานปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์จะเป็นอย่างไร
LINE ใช้วิธีการใดคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของวิดีโอ
LINE Official Account Manual
Sponsored Stickers

LINE Official Account คือ บัญชีทางการของ LINE สำหรับธุรกิจเพื่อช่วยให้ร้านค้าสามารถสร้างฐานผู้ติดตาม สื่อสารและส่งข้อมูลกิจกรรมทางการขายหรือโปรโมชั่นไปยังลูกค้าผ่านทางไลน์ ตอบโจทย์ทุกธุรกิจด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลายที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า รวมทั้งช่วยให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การสร้างข้อความทักทาย, ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ, คูปองและบัตรสะสมแต้ม, การแชทแบบ 1-1, หรือการบรอดแคลต์หาผู้ติดตาม เป็นต้น

สภาพแวดล้อมแนะนำสำหรับใช้ ได้แก่ บนเว็บไซต์ LINE Official Account Manager และแอปพลิเคชันในมือถือ ดังต่อไปนี้


เว็บไซต์ LINE Official Account Manager

- ระบบปฏิบัติการ: Windows OS, Mac OS

- เบราว์เซอร์: เวอร์ชันล่าสุดของ Chrome, Safari, Firefox, Edge

*ไม่รองรับการใช้งานบน Internet Explorer


แอปพลิเคชัน

- ระบบปฏิบัติการ: Android เวอร์ชัน 6 ขึ้นไป, iOS เวอร์ชัน 13 ขึ้นไป

*ไม่รองรับการใช้งานบนแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Android

LINE Official Account สามารถล็อกอินเข้าใช้งานได้ทั้งบนเว็บไซต์ (LINE Official Account Manager) หรือแอปพลิเคชัน


ล็อกอินเข้าใช้งานบนเว็บไซต์ LINE Official Account Manager

1. เข้า manager.line.biz

2. ล็อคอินด้วยบัญชีไลน์ หรือ บัญชีธุรกิจ


ล็อกอินเข้าใช้งานบนแอปพลิเคชัน

1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Official Account

2. ล็อคอินด้วยบัญชีไลน์ หรือ บัญชีธุรกิจ

LINE Business ID คือ ระบบการยืนยันตัวตนที่สามารถล็อกอินบริการต่าง ๆ ของ LINE สำหรับนักธุรกิจและนักพัฒนาได้ด้วย ID เดียวกัน

คุณสามารถล็อกอินเข้า LINE Business ID ได้ด้วยบัญชี LINE หรือบัญชีธุรกิจ (ล็อกอินด้วยอีเมลแอดเดรส)

บัญชี LINE เพื่อธุรกิจมีทั้งหมด 3 แบบโดยสามารถดูได้จากสีที่แตกต่างของสีโล่

กรณีที่ลืมรหัสผ่าน คุณไม่สามารถตรวจสอบรหัสผ่านที่ลงทะเบียนเอาไว้ได้ 

กรุณาเปลี่ยนรหัสผ่านจาก LINE บนสมาร์ทโฟน ตามขั้นตอนต่อไปนี้

*กรุณาระมัดระวังอย่าลืมรหัสผ่านใหม่


1. เปิดแอปพลิเคชัน LINE บนสมาร์ทโฟน

2. เลือกที่แท็บ "หน้าหลัก" > "ตั้งค่า" (ไอคอนรูปเกียร์) > "บัญชี"

3. เลือกที่ "รหัสผ่าน"

4. กรอกรหัสผ่านใหม่ แล้วเลือกที่ "ใช้รหัสผ่านนี้"

*บางครั้งอาจต้องปลดล็อคอุปกรณ์ด้วย

บรอดแคสต์แบบระบุกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Broadcast) คือ การส่งข้อความบรอดแคสต์ถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดส่วนหนึ่งจากเพื่อนในบัญชีทั้งหมด


การส่งบรอดแคสต์แบบระบุกลุ่มเป้าหมายจำเป็นต้องมีทาร์เก็ตรีช (Target Reach) อย่างน้อย 100 คนจึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้

ขั้นตอนการตั้งค่าการส่งข้อความแบบระบุกลุ่มเป้าหมายมีดังต่อไปนี้


ขั้นตอนการตั้งค่าบนแอปพลิเคชันจัดการ

1. เลือกที่ "หน้าหลัก" > "บรอดแคสต์"

2. เลือกที่ "สร้างบรอดแคสต์" 

3. หัวข้อผู้รับ เลือก "ระบุ"

4. ระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ

5. ใส่เนื้อหาบรอดแคสต์ และส่ง

คุณสามารถกำหนดจำนวนข้อความบรอดแคสต์ได้ตามงบประมาณที่กำหนดไว้ โดยต้องไม่เกินจำนวนข้อความที่ส่งได้ในขณะนั้น ระบบจะเลือกผู้รับด้วยวิธีสุ่มจากเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายโดยประมาณ ณ เวลาที่บรอดแคสต์


วิธีการกำหนดข้อความบรอดแคสต์มีดังต่อไปนี้


ขั้นตอนกำหนดจำนวนข้อความบรอดแคสต์บนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่ "บรอดแคสต์" > "สร้างใหม่"

2. เพิ่มข้อความแล้วเลือกที่ "ต่อไป"

3. เปิดใช้งานจำนวนข้อความบรอดแคสต์ > ใส่จำนวนข้อความในหัวข้อ "จำนวนข้อความบรอดแคสต์"


ขั้นตอนกำหนดจำนวนข้อความบรอดแคสต์บน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ "บรอดแคสต์" > "สร้างใหม่"

2. คลิกเลือกที่ "กำหนดจำนวนสูงสุดของข้อความบรอดแคสต์" ในห้วข้อ "ตั้งค่าขั้นสูง"

3. ใส่จำนวนข้อความ

คุณสามารถสร้างข้อความ (ตัวแปร) ที่มีเนื้อหาต่างกันหลายข้อความ แล้วทดสอบด้วยการบรอดแคสต์ข้อความแต่ละแบบไปยังผู้ใช้กลุ่มต่าง ๆ ตามสัดส่วนที่กำหนด

หลังจากบรอดแคสต์แล้วให้นำผลการวิเคราะห์ของแต่ละตัวแปรมาพิจารณา เพื่อส่งข้อความที่มีประสิทธิภาพสูงสุดไปยังผู้ใช้ที่ยังไม่ได้รับข้อความ (ภายใน 3 วันนับตั้งแต่เริ่มทดสอบ)


วิธีการสร้างการทดสอบ A/B test สำหรับการส่งข้อความบรอดแคสต์บน LINE Official Account Manager 

ได้โดยการเลือกที่ "ตั้งค่าชั้นสูง"

ขั้นตอนการตั้งค่าผ่าน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "บรอดแคสต์" > "สร้างใหม่"

2. คลิกเลือกที่ "สร้างการทดสอบ A/B test" ในหัวข้อ "ตั้งค่าชั้นสูง"


หมายเหตุ:

*ฟีเจอร์สร้างการทดสอบ A/B test ไม่สามารถใช้งานได้บนแอปพลิเคชัน

**ฟีเจอร์สร้างการทดสอบ A/B test จำเป็นต้องมีทาร์เก็ตรีชตั้งแต่ 5,000 ขึ้นไป

สามารถใช้อิโมจิและอิโมติคอนได้โดยคลิกหรือเลือกที่ "อิโมจิ"

อิโมจิที่รองรับเฉพาะบางระบบปฏิบัติการหรือบางอุปกรณ์ (machine dependent characters) จะไม่สามารถใช้บรอดแคสต์ข้อความได้


*ระบบจะแสดงอิโมจิเป็นตัวอักษรในหน้าจอการแจ้งเตือนบนอุปกรณ์ บางกรณีจึงอาจแสดงเป็นตัวอักษรที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการสื่อสาร

กรุณาตรวจสอบประเภทของข้อความที่นับเป็นจำนวนข้อความบรอดแคสต์และข้อความที่ไม่นับดังต่อไปนี้

ข้อความที่ถูกนับ

- บรอดแคสต์ข้อความ (รวมข้อความแบบระบุเป้าหมาย)

- Messaging API เช่น Push API, Multicast API, Broadcast API


ข้อความที่ไม่นับ

- ข้อความแชทที่รับ / ส่ง

- ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ

- ข้อความตอบกลับ AI

- ข้อความทักทายเพื่อนใหม่

- Messaging API ที่เกี่ยวกับ Reply API

LINE Official Account จะคิดจำนวนข้อความตามจำนวน target reach

ซึ่งหมายถึง จำนวน followers ของเราที่ยัง active อยู่และยังไม่ได้ block เท่านั้น


แพ็กเกจ LINE Official Account สามารถเริ่มใช้งานได้ฟรี โดยจะสามารถบรอดแคสต์ข้อความได้ 1,000 ข้อความต่อเดือน (โดยนับจากจำนวน Target Reach ที่ได้รับข้อความ) 


หากต้องการบรอดแคสต์มากกว่า 1,000 ข้อความต่อเดือน สามารถอัปเกรดแพ็กเกจเป็น

• แพ็กเกจ Basic สามารถบรอดแคสต์ได้ 15,000 ข้อความต่อเดือน หรือ

• แพ็กเกจ Pro สามารถบรอดแคสต์ได้ 35,000 ข้อความต่อเดือน


และหากต้องการบรอดแคสต์ข้อความมากกว่า 

35,000 ข้อความต่อเดือน จำนวนข้อความที่เกินกว่า 35,000 จะคิดตามจริงข้อความละ 4 สตางค์ หรือประมาณ 400 บาท ต่อ 10,000 ข้อความ

ริชเมสเสจ

ริชเมสเสจ (Rich message) คือ ฟีเจอร์ที่สามารถนำรูปภาพและข้อความมารวมไว้ในที่เดียวกันเพื่อความเป็นระเบียบและเข้าใจง่าย อีกทั้งยังสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ที่เข้ามาอ่านได้อีกด้วย

ริชเมสเสจ 1 ข้อความสามารถตั้งค่าได้หลายลิงก์ และเป็นข้อความที่ค่อนข้างจะดึงดูดสายตาได้ง่าย 


ริชวิดีโอเมสเสจ

ริชวิดีโอเมสเสจ (Rich video message) คือ ฟีเจอร์ที่สามารถส่งข้อความเป็นวิดีโอที่จะเล่นโดยอัตโนมัติได้ ฟีเจอร์นี้รองรับวิดีโอหลากหลายรูปแบบ เช่น แนวตั้ง แนวนอน สี่เหลี่ยมจัตุรัส ฯลฯ ซึ่งหากเป็นวิดีโอแนวตั้งจะสามารถเล่นได้เต็มหน้าจอแชทอย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถตั้งค่าลิงก์เพื่อแนะนำให้ผู้รับชมวิดีโอไปยังเว็บไซต์ภายนอกได้อีกด้วย

ริชวิดีโอเมสเสจจะแตกต่างกับวิดีโอทั่วไป คือ ผู้ใช้จะไม่สามารถบันทึก ส่งต่อ แชร์ลงในไทม์ไลน์ได้ 


*ริชวิดีโอเมสเสจสร้างได้จาก LINE Official Account Manager บนเว็บเท่านั้น ไม่สามารถสร้างจากแอปพลิเคชันจัดการได้

การสร้างรูป คือ ฟีเจอร์การสร้างรูปภาพอย่างง่ายตามเทมเพลตที่กำหนดในการใช้งานริชเมสเสจหรือริชเมนู


กรณีที่ต้องการใช้งานริชเมสเสจหรือริชเมนูแต่ไม่มีรูปภาพ หรือกรณีที่มีรูปภาพแล้วแต่ไม่สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมให้เหมาะกับขนาดของเทมเพลตได้คุณสามารถใช้ฟีเจอร์นี้แก้ไขปัญหาดังกล่าวได้

*สามารถสร้างรูปได้เฉพาะการใช้งานบน LINE Official Account Manager เท่านั้น ไม่สามารถสร้างจากแอปพลิเคชันได้


ขั้นตอนการสร้างบน LINE Official Account Manager (ริชเมสเสจ)

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "ริชเมสเสจ"

2. คลิกที่ "สร้างใหม่"

3. คลิกที่ปุ่ม "เลือกเทมเพลต"

4. เลือกเทมเพลตแล้วคลิกที่ "เลือก"

5. คลิกที่ "สร้างรูป"

6. คลิกเลือกไอคอนการปรับแต่งตามต้องการจากด้านล่างหน้าจอ

7. ปรับแต่งเสร็จแล้วคลิกที่ "ใช้"

คุณสามารถสร้างและแจกคูปองได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นตอนการสร้าง/แจกคูปองบนแอปพลิเคชัน

1. เลือก "คูปอง"

2. เลือกที่ "สร้างใหม่"

3. ตั้งค่าหัวข้อต่าง ๆ เสร็จแล้วเลือกที่ "บันทึก"

4. คุณสามารถเลือกแจกคูปองได้ตอนที่สร้างข้อความหรือสร้างโพสต์บนไทม์ไลน์


ขั้นตอนการสร้าง/แจกคูปองบน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "เครื่องมือ" > "คูปอง"

2. คลิกที่ "สร้างใหม่"

3. ตั้งค่าหัวข้อต่าง ๆ เสร็จแล้วคลิกที่ "บันทึก"

4. คุณสามารถเลือกแจกคูปองได้ตอนที่สร้างข้อความบรอดแคสต์หรือสร้างโพสต์บนไทม์ไลน์

คุณสามารถแก้ไขได้เฉพาะในกรณีที่แจกคูปองไปแล้ว เนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงไปอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ กรุณาใช้ความระมัดระวังในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหา

บัตรสะสมแต้ม (Reward card) คือ ฟีเจอร์ที่สามารถแจกแต้มหรือจัดการแต้มได้บน LINE เพื่อเป็นรางวัลจูงใจให้กับผู้ใช้เมื่อซื้อสินค้าหรือมาใช้บริการที่ร้าน

คุณอาจจะเจอปัญหาในการแจกบัตรสะสมแต้มแบบเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็น

- ลูกค้าไม่เก็บรักษาบัตรสะสมแต้มทำไห้ไม่ได้รับความพึงพอใจอยากเต็มที่จากโปรโมชันที่เตรียมไว้

- การแจกแต้มแบบเดิมๆไม่สามารถดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาที่ร้านได้อีก


บัตรสะสมแต้มที่ออกให้บน LINE สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เนื่องจากเป็นบัตรสะสมแต้มของไลน์เป็นระบบดิจิทัลจึงสามารถใช้ฟีเจอร์ในการจัดการ/รวบรวมข้อมูลทางสถิติ เพื่อช่วยให้ลูกค้ากลับมาใช้งานใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถแจกให้กับลูกค้าที่ไม่เคยมาที่ร้านได้เพื่อเป็นการขยายกลุ่มลูกค้าใหม่

คุณสามารถสร้างบัตรสะสมแต้มใหม่ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้


ขั้นตอนการสร้างบัตรสะสมแต้มบน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "เครื่องมือ" > "บัตรสะสมแต้ม"

2. ตั้งค่าตามหัวข้อต่าง ๆ เสร็จแล้วคลิกที่ "บันทึกแล้วเปิดใช้บัตร"


ขั้นตอนการสร้างบัตรสะสมแต้มบนแอปพลิเคชัน

1. เลือก "บัตรสะสมแต้ม" > "ทำบัตรสะสมแต้ม"

2. ตั้งค่าหัวข้อต่าง ๆ เสร็จแล้วคลิกที่ "บันทึกแล้วเปิดใช้บัตร"

คุณสามารถแจกแต้มได้ 2 วิธี 


1. แจกแต้มด้วย QR Code

คุณสามารถยื่น QR Code ให้ลูกค้าสแกนเพื่อสะสมแต้ม


2. แจกแต้มด้วยลิงก์บัตรสะสมแต้ม

คุณสามารถส่งลิงก์ให้ลูกค้าทางแชทเพื่อให้ลูกค้ากดเพื่อสะสมแต้ม

*สามารถแสดงลิงก์บัตรสะสมแต้มในริชเมนูเพื่อเพื่อโอกาสให้ลูกค้าสะสมแต้มได้ง่ายขึ้น

หลังเปิดใช้บัตรสะสมแต้มแล้ว จะไม่สามารถแก้ข้อมูลใดได้นอกจากอายุใช้งานของบัตรเท่านั้น แต่สำหรับบัตรสะสมแต้มที่ผู้ใช้ได้รับแล้ว, บัตรแลกของรางวัลที่ตั้งค่าแล้ว, บัตรแลกของรางวัลที่ผู้ใช้ได้รับแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขได้หลังจากเปิดใช้บัตรแล้ว

กรณีที่ต้องการระงับบัตรสะสมแต้ม กรุณาตรวจสอบข้อควรทราบดังต่อไปนี้

ข้อควรทราบ:

- เมื่อดำเนินการระงับเรียบร้อยแล้วจะไม่สามารถยกเลิกการระงับได้

- ระบบจะรีเซ็ตข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมดรวมถึงแต้มของผู้ใช้ที่สะสมอยู่ด้วย

- สามารถสร้างบัตรสะสมแต้มใหม่ได้เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งวันหลังจากวันที่มีการระงับการเปิดใช้บัตร

- ไม่สามารถกู้ข้อมูลบัตรสะสมแต้มที่ระงับไปแล้วได้


ขั้นตอนการระงับบัตรสะสมแต้มบน LINE Official Account Manager

1. เลือกที่แท็บ "หน้าหลัก" > "บัตรสะสมแต้ม" > "ตั้งค่า" > "ระงับการเปิดใช้บัตร"

2. ตั้งค่าตามหัวข้อต่าง ๆ แล้วเลือกที่ "ระงับการใช้บัตร"


ขั้นตอนการระงับบัตรสะสมแต้มบนแอปพลิเคชัน

1. เลือก "บัตรสะสมแต้ม" > "ทำบัตรสะสมแต้ม"> "ระงับการเปิดใช้บัตร"

2. ตั้งค่าตามหัวข้อต่าง ๆ แล้วเลือกที่ "ระงับการเปิดใช้บัตร"




ทั้งนี้ คุณสามารถตรวจสอบบัตรสะสมแต้มที่กำลังใช้งานหรือที่ออกไปแล้ว, จำนวนบัตรแลกของรางวัลที่ออกย้อนหลังได้โดยการเลือกที่แท็บ "ข้อมูลเชิงลึก" > "เครื่องมือ" > "บัตรสะสมแต้ม" > "บัตร & แต้ม"

แบบสอบถาม คือ ฟีเจอร์ที่ใช้ตรวจสอบหรือรวบรวมความคิดเห็นที่ได้จากผู้ใช้งาน LINE

คุณสามารถใช้แบบสอบถามได้หลายแบบ เช่น การสำรวจสินค้าและบริการของบริษัทตนเอง, รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ใช้ที่ใช้สินค้าและบริการ ซึ่งคุณสามารถแนะนำแบบสอบถามให้ผู้ใช้งานได้โดยการบรอดแคสต์ข้อความ, การโพสต์บนไทม์ไลน์, การใช้ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ


อีกทั้งยังสามารถแจกคูปองให้แก่ผู้ตอบแบบสอบถามเพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับความร่วมมือ และยังเป็นการเพิ่มยอดการเข้าร่วมตอบแบบสอบถามได้อีกด้วย

คุณสามารถรวบรวมข้อมูลคุณสมบัติจากผู้ใช้งาน LINE ได้จากการตั้งคำถามในแบบสอบถามดังต่อไปนี้

- เพศ- อายุ- พื้นที่


เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน LINE ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย จึงไม่สามารถเก็บรวมรวมข้อมูลโดยการตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณสมบัติอื่นได้

การสำรวจความพึงพอใจบัญชีทางการ คือ ฟีเจอร์ที่สามารถสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่อบัญชีทางการได้โดยไม่เสียค่าบริการ คุณสามารถส่งข้อความในรูปแบบของแบบสอบถามให้กับผู้ใช้งานได้ 


ระดับความพึงพอใจจะถูกคำนวณโดยอ้างอิงตัวชี้วัดของ NPS® อีกทั้งยังสามารถใช้บัญชีพรีเมียมหรือบัญชีรับรองสร้างการตอบคำถามอิสระเพื่อสอบถามความต้องการของผู้ใช้ได้อีกด้วย คุณสามารถใช้การตอบคำถามอิสระรับข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำต่อบัญชีทางการทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ


ทั้งนี้ ยังสามารถออกแบบสำรวจอย่างสม่ำเสมอได้ทุก 90 วันคุณสามารถใช้ประโยชน์จากการเปรียบเทียบข้อมูลตัวเลขในอดีตกับข้อมูลตัวเลขในปัจจุบัน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาข้อความหรือข้อมูลแคมเปญ หรือสร้างแผนการดำเนินงานในอนาคตโดยอ้างอิงข้อมูลตัวเลขปัจจุบัน


ขั้นตอนการตั้งค่าผ่าน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "เครื่องมือ" > "แบบสอบถาม" > "การสำรวจความพึงพอใจบัญชีทางการ"

2. อ่านและยอมรับข้อกำหนด

3. คลิกที่ "ใช้การสำรวจความพึงพอใจบัญชีทางการ"

*สามารถสร้างการสำรวจความพึงพอใจบัญชีทางการได้เฉพาะบน LINE Official Account Manager เท่านั้น ไม่สามารถสร้างจากแอปพลิเคชันได้


หมายเหตุ:

* ระดับคะแนนของ "Net Promoter", "Net Promoter System", "NPS" และอิโมติคอนที่ใช้เกี่ยวกับ NPS เป็นเครื่องหมายการค้าของ Bain & Company, Fred Reichheld และ Satmetrix Systems, Inc.

ริชเมนู (Rich menu) คือ แถบเมนูขนาดใหญ่ที่แสดงอยู่ด้านล่างหน้าจอแชทของ LINE Official Account ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น พาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ภายนอก, แจกคูปอง, ส่งข้อควาาม, แสดงบัตรสะสมแต้ม, แสดงเบอร์ติดต่อ


จุดเด่นของริชเมนู

- แถบเมนูมีขนาดใหญ่แสดงอยู่ด้านล่างหน้าจอแชท

- สามารถตั้งค่าแต่ละเมนูได้ เช่น พาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ภายนอก, แจกคูปอง, ส่งข้อควาาม, แสดงบัตรสะสมแต้ม, แสดงเบอร์ติดต่อ

- แสดงริชเมนูได้หลากหลายเทมเพลต

- สามารถกำหนดช่วงเวลาแสดงและซ่อนได้จากหน้าจอจัดการ

การสร้างรูป คือ ฟีเจอร์การสร้างรูปภาพอย่างง่ายตามเทมเพลตที่กำหนดในการใช้งานริชเมสเสจหรือริชเมนู


กรณีที่ต้องการใช้งานริชเมสเสจหรือริชเมนูแต่ไม่มีรูปภาพ หรือกรณีที่มีรูปภาพแล้วแต่ไม่สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมให้เหมาะกับขนาดของเทมเพลตได้คุณสามารถใช้ฟีเจอร์นี้แก้ไขปัญหาดังกล่าวได้

*สามารถสร้างรูปได้เฉพาะการใช้งานบน LINE Official Account Manager เท่านั้น ไม่สามารถสร้างจากแอปพลิเคชันได้


ขั้นตอนการสร้างบน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > คลิกที่ "การจัดการห้องแชท" > "ริชเมนู"

2. คลิกที่ "สร้างใหม่"

3. คลิกที่ปุ่ม "เลือกเทมเพลต"

4. เลือกเทมเพลตแล้วคลิกที่ "เลือก"

5. คลิกที่ "สร้างรูป"

6. คลิกเลือกไอคอนการปรับแต่งตามต้องการจากด้านล่างหน้าจอ

7. ปรับแต่งเสร็จแล้วคลิกที่ "ใช้"

ริชเมนูที่ตั้งค่าใน LINE Official Account Manager จะแสดงเมื่อผู้ใช้ออกและเข้าห้องแชทอีกครั้งบางครั้งอาจใช้เวลานานกว่าปกติในการแสดงผล ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางสัญญาณอินเตอร์เน็ตของผู้ใช้

ปัจจุบันฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้บริการเฉพาะบัญชีพรีเมียม (Premium Account) หรือบัญชีโล่สีเขียวเท่านั้น ซึ่งเป็นบัญชีธุรกิจสำหรับองค์กรหรือหน่วยงานราชการ

กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มของผู้ใช้ที่สร้างขึ้นโดยระบุคุณสมบัติและเงื่อนไขผู้ใช้ เมื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายแล้วคุณจะสามารถส่งข้อความไปยังกลุ่มของผู้ใช้ซึ่งมีคุณสมบัติตามต้องการได้


โดยสามารถเลือกประเภทของกลุ่มเป้าหมายได้ดังต่อไปนี้

- คลิกรีทาร์เก็ต

กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใช้ซึ่งเคยคลิกลิงก์ในข้อความบรอดแคสต์ของคุณ


- อิมเพรสชันรีทาร์เก็ต

กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใช้ซึ่งเคยเปิดข้อความที่คุณบรอดแคสต์


- กลุ่มเป้าหมายแชทแท็ก

กลุ่มเป้าหมายที่ระบุตามแท็กที่ติดในการแชทแบบตัวต่อตัวเท่านั้น


- กลุ่มเป้าหมายตามรูปแบบการเพิ่มเพื่อน

กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใช้ซึ่งเพิ่มบัญชีทางการเป็นเพื่อนในรูปแบบที่กำหนด

*ดูข้อมูลรูปแบบการเพิ่มเพื่อนได้ที่ "ข้อมูลเชิงลึก" > "เพื่อน" > "รูปแบบการเพิ่มเพื่อน"

*กลุ่มเป้าหมายต้องมีผู้ใช้ตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปจึงจะส่งบรอดแคสต์ได้


- กลุ่มเป้าหมายที่เข้าชมเว็บไซต์

คุณสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายจากข้อมูลแทร็กกิ้งของ LINE Tag

กลุ่มเป้าหมายต้องมีผู้ใช้ตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปจึงจะส่งบรอดแคสต์ได้


อัปโหลด ID ผู้ใช้

กลุ่มเป้าหมายที่สร้างด้วยการอัปโหลด ID ผู้ใช้

*กรุณาตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับ ID ผู้ใช้ที่ LINE Developers

คุณสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้


ขั้นตอนการสร้างผ่าน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "การจัดการข้อมูล" > "กลุ่มเป้าหมาย"

2. คลิกที่ "สร้างใหม่"

3. ตั้งค่าตามหัวข้อต่าง ๆ แล้วเลือกที่ "บันทึก"


หมายเหตุ:

*สามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายได้เฉพาะการใช้งานบน LINE Official Account Manager เท่านั้น ไม่สามารถสร้างจากแอปพลิเคชันได้

*สามารถใช้กลุ่มเป้าหมายได้ 180 วันนับจากวันที่สร้าง (ยกเว้นกลุ่มเป้าหมายประเภทแชทแท็ก)

กลุ่มเป้าหมายที่สร้างอาจะใช้เวลาหลายชั่วโมงสำหรับประมวลผล นอกจากนี้กรณีที่ผู้ใช้ในกลุ่มเป้าหมายมีน้อยกว่ากำหนดที่สามารถส่งบรอดแคสต์ได้หรือไฟล์ที่อัปโหลดมีปัญหา ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายค้างสถานะกำลังเตรียมการ

จำนวนเป้าหมายโดยประมาณเป็นเพียงตัวเลขประมาณการคร่าว ๆ เท่านั้น จึงอาจมีความคลาดเคลื่อนได้

LINE Tag คือ โค้ดของไลน์ ที่ต้องนำไปติดตั้งบนเว็บไซต์เพื่อการวัดผลลัพธ์ ถ้าไม่มีการนำโค้ดไปติดตั้งบนเว็บไซต์ โดยปกติเราสามารถแทร็กสถิติพื้นฐาน เช่น แสดงโฆษณาเท่าไร มีคลิกเท่าไรได้ แต่จะไม่สามารถรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากนั้น

LINE Tag ประกอบด้วยโค้ด 3 ประเภท ได้แก่ เบสโค้ด, คอนเวอร์ชันโค้ด, อีเวนท์โค้ดที่กำหนดเอง


สามารถรับ LINE Tag ได้จากเว็บไซต์ LINE Official Account Manager เท่านั้น

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "การจัดการข้อมูล" > "แทร็กกิ้ง (LINE Tag)"

2. คัดลอกโค้ดที่ต้องการ จากนั้นนำไปเพิ่มบนเว็บไซต์ที่ต้องการวัดผล

ต้องนำเบสโค้ดของ LINE Tag ไปติดตั้งในเฮดเดอร์โค้ดของเว็บไซต์ จึงจะสามารถใช้วัดค่าคอนเวอร์ชันได้


กรุณาติดตั้งเบสโค้ดไว้ระหว่างแท็ก <head>...</head> ของเว็บไซต์ หรือติดตั้งเบสโค้ดโดยใช้ตัวจัดการแท็ก


*ภายใน 1 URL สามารถติดตั้งแท็กได้ไม่จำกัดจำนวน แต่ติดตั้งเบสโค้ดที่ได้รับจากบัญชีเดียวกันได้เพียง 1 แท็กต่อบัญชีเท่านั้น

*หากภายในโค้ดมีการเว้นบรรทัดหรือเว้นช่องว่างที่ไม่จำเป็น อาจทำให้แท็กทำงานผิดปกติ โปรดใช้ความระมัดระวังในการติดตั้ง (โดยเฉพาะการติดตั้งโดยคัดลอกและวางโค้ด)

เบสโค้ดของบัญชีเดียวกัน

สามารถติดตั้งได้เพียง 1 ชุดต่อ 1 URL เท่านั้น


เบสโค้ดของคนละบัญชี

สามารถติดตั้งได้หลายชุดต่อ 1 URL


ทั้งนี้ โปรดดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากการติดตั้งเบสโค้ดเดียวกันมากกว่า 1 ชุดภายใน 1 URL อาจทำให้วัดค่าได้ไม่ถูกต้อง

Conversion code คือ โค้ดสำหรับการแทร็ก conversion ที่ต้องการวัดผล ทุกอย่างที่เราต้องการนับเป็น conversion เช่น ลงทะเบียนสำเร็จ, สั่งซื้อสำเร็จ, กดปุ่มที่ต้องการสำเร็จ


กรุณาติดตั้งคอนเวอร์ชันโค้ดเป็นเซ็ตคู่กับเบสโค้ด โดยวางคอนเวอร์ชันโค้ดตามหลังต่อจากเบสโค้ดในเพจที่จะกำหนดให้เป็นคอนเวอร์ชันพอยท์


*หากภายในโค้ดมีการเว้นบรรทัดหรือเว้นช่องว่างที่ไม่จำเป็น อาจทำให้แท็กทำงานผิดปกติ โปรดใช้ความระมัดระวังในการติดตั้ง (โดยเฉพาะการติดตั้งโดยคัดลอกและวางโค้ด)

เมื่อใช้งานอีเวนท์ที่กำหนดเอง คุณจะสามารถแบ่งประเภทเว็บเพจแล้วแทร็กกิ้งได้โดยอิสระ

กรุณาติดตั้งอีเวนท์โค้ดที่กำหนดเองเป็นเซ็ตคู่กับเบสโค้ด


หากเปลี่ยน "CustomEvent" ของแท็กให้เป็นชื่ออีเวนท์ที่คุณต้องการแล้วติดตั้งในเว็บไซต์ จะสามารถเลือกอีเวนท์ที่กำหนดเองตอนสร้างกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเองได้


*ชื่อของอีเวนท์ที่กำหนดเองต้องเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลข ความยาวไม่เกิน 20 ตัวอักษร

*หากภายในโค้ดมีการเว้นบรรทัดหรือเว้นช่องว่างที่ไม่จำเป็น อาจทำให้แท็กทำงานผิดปกติ โปรดใช้ความระมัดระวังในการติดตั้ง (โดยเฉพาะการติดตั้งโดยคัดลอกและวางโค้ด)

กรณีที่ติดตั้งแท็กซึ่งเป็น JavaScript ลงในเพจได้ยาก กรุณาใช้แท็ก image


แท็ก image คือส่วน <noscript>...</noscript>...ในเบสโค้ด

กรุณาดึงเฉพาะโค้ดของแท็ก image ไปติดตั้ง


การวัดผลจะดำเนินการด้วยคอนเวอร์ชันแบบกำหนดเอง

*โปรดระวัง เนื่องจากแท็ก image เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้วัดผลได้

สามารถเปลี่ยนได้

หากติดตั้งคอนเวอร์ชันแบบกำหนดเองในแต่ละข้อความบรอดแคสต์ที่ต้องการวัดค่า จะสามารถตรวจสอบผลการวัดค่าของแต่ละข้อความบรอดแคสต์ได้

มีความเป็นไปได้ว่า คุณติดตั้งคอนเวอร์ชันโค้ดในเพจที่ไม่ใช่คอนเวอร์ชันพอยท์

กรุณาตรวจสอบว่าติดตั้งคอนเวอร์ชันโค้ดในเพจที่ถูกต้องหรือไม่

สถานะของ LINE Tag ตรวจสอบได้บน LINE Official Account Manager เท่านั้น


1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "การจัดการข้อมูล" > "แทร็กกิ้ง (LINE Tag)"

2. ตรวจสอบสถานะของเบสโค้ดและคอนเวอร์ชันโค้ดในหัวข้อ "สถานะ"



หาก LINE Tag ไม่ทำงาน กรุณาตรวจสอบดังต่อไปนี้


1. ใส่แท็กถูกต้องหรือไม่

หากปรับเปลี่ยนเนื้อหาของแท็ก จะไม่สามารถวัดค่าได้ตามปกติ


2. ใช้งานตัวจัดการแท็ก

กรุณาตรวจสอบว่าติดตั้งตัวจัดการแท็กถูกต้องหรือไม่

*กรุณาสอบถามเกี่ยวกับวิธีการติดตั้งแท็กในตัวจัดการแท็ก หรือการตั้งค่า Trigger จากผู้ให้บริการตัวจัดการแท็กที่คุณใช้งาน


3. ใช้บริการย่อ URL

หากใช้บริการย่อ URL อาจทำให้ไม่สามารถวัดค่าได้ตามปกติ

LINE Tag ทำงานเหมือนกับแท็กของ LINE Ads Platform


อย่างไรก็ตาม คุณสามารถกำหนดเป้าหมายการใช้งานที่แตกต่างกันได้ คือ ติด LINE Tag ของ OA เพื่อวัดผล Broadcast และติดแท็กของ LINE Ads Platform เพื่อวัดผลการยิงโฆษณา

คุณสามารถตรวจสอบ QR Code สำหรับเพิ่มเพื่อนหรือแท็ก HTML ของปุ่มเพิ่มเพื่อนได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้


ขั้นตอนการตรวจสอบบน LINE Official Account Manager

- QR Code

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "เพิ่มเพื่อนใหม่" > "เครื่องมือสำหรับการเพิ่มเพื่อน"

2. ตรวจสอบ QR Code ที่ปรากฏ

3. คลิกที่ "ดาวน์โหลด" เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ภาพของ QR Code หรือคลิกที่ "คัดลอก" เพื่อคัดลอก HTML แล้วแชร์ให้เพื่อนของคุณ


- แท็ก HTML ของปุ่มเพิ่มเพื่อน

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "เพิ่มเพื่อนใหม่" > "เครื่องมือสำหรับการเพิ่มเพื่อน"

2. ตรวจสอบแท็ก HTML ที่ปรากฏในหัวข้อ "ติดตั้งปุ่มบนเว็บไซต์

3. คลิกที่ "คัดลอก" เพื่อคัดลอกแท็ก HTML แล้วแชร์ในบล็อกหรือเว็บไซต์ที่ต้องการ


ขั้นตอนการตรวจสอบบนแอปพลิเคชัน

- QR Code

1. เลือกที่แท็บ "หน้าหลัก" > "เพิ่มเพื่อนใหม่"

2. เลือกที่ "คิวอาร์โค้ด" > ตรวจสอบคิวอาร์โค้ดที่แสดงขึ้นมา

3. เลือกที่ "บันทึกคิวอาร์โค้ด" เพื่อบันทึก QR Code


- แท็ก HTML ของปุ่มเพิ่มเพื่อน

1. เลือกที่แท็บ "หน้าหลัก" > "เพิ่มเพื่อน" > "ปุ่มเพิ่มเพื่อน"

2. เลือกที่ "แสดง HTML" เพื่อตรวจสอบแท็ก HTML 

3. คลิกที่ "คัดลอก" เพื่อคัดลอกแท็ก HTML แล้วแชร์ในบล็อกหรือเว็บไซต์ที่ต้องการ

คุณสามารถสร้างโปสเตอร์ได้จาก LINE Official Account Manager บนเว็บเท่านั้น

ขั้นตอนการสร้างโปสเตอร์

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "เพิ่มเพื่อนใหม่" > "เครื่องมือสำหรับการเพิ่มเพื่อน"

2. คลิกที่ "ทำโปสเตอร์" ในหัวข้อ "โฆษณาในร้าน"

2. เลือกดีไซน์และข้อความโปรโมทของโปสเตอร์

3. คลิกที่ "สร้างใหม่" และบันทึกไฟล์ PDF


หมายเหตุ:

*สร้างโปสเตอร์ลิขสิทธิ์แท้จาก LINE ได้เฉพาะบัญชีรับรองเท่านั้น

*ไม่สามารถสร้างโปสเตอร์จากแอปพลิเคชันได้

คุณไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลของผู้ใช้ได้ แต่จะสามารถตรวจสอบข้อมูลบางส่วนของผู้ใช้ได้หากตรงกับกรณีดังต่อไปนี้

1. กรณีที่เพื่อนส่งข้อความแชทมาที่ LINE Official Account ของคุณคุณจะสามารถตรวจสอบข้อมูลโปรไฟล์บางส่วนได้ (ชื่อโปรไฟล์, รูปโปรไฟล์, สถานะ) ได้

2. กรณีที่ผู้ใช้มีการตอบสนองกับ LINE Official Account ที่ใช้งาน Messaging API โดยตรง เช่น มีการส่งข้อความถึงคุณหรือเพิ่มบัญชีของคุณเป็นเพื่อนนอกจากข้อมูลโปรไฟล์ที่ระบุในข้อ 1 แล้ว คุณจะสามารถตรวจสอบข้อมูลหมายเลขระบุภายในที่บริษัทกำหนดขึ้นสำหรับแต่ละผู้ใช้งาน และสามารถใช้หมายเลขระบุภายในส่งข้อความไปยังผู้ใช้งานคนดังกล่าวได้

3. กรณีที่เพิ่ม LINE Official Account ที่ใช้งาน Messaging API เข้าไปที่กลุ่มหรือการแชทบัญชีรับรองสามารถตรวจสอบข้อมูลโปรไฟล์บางส่วน (ชื่อโปรไฟล์, รูปโปรไฟล์, สถานะ) และหมายเลขระบุภายในได้สำหรับบัญชีทั่วไปก็สามารถตรวจสอบข้อมูลได้เช่นเดียวกับบัญชีรับรอง แต่จะตรวจสอบได้เฉพาะข้อมูลของผู้ใช้ที่ส่งข้อความในกลุ่มเท่านั้น

โฆษณาเพิ่มเพื่อน (Gain Friends Ad) คือ การชักชวนให้ผู้ใช้เพิ่มบัญชี LINE Official Account เป็นเพื่อนผ่านการลงโฆษณาบน LINE

โดยโฆษณาจะแสดงขึ้นมาหลังตรวจสอบแล้วผ่านการอนุมัติ


ขั้นตอนการสร้างผ่าน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "เพิ่มเพื่อนใหม่" > "โฆษณาเพิ่มเพื่อน" > "เริ่มใช้"

2. ตั้งค่าหัวข้อต่าง ๆ ในหน้า "โฆษณาเพิ่มเพื่อน"

3. คลิกที่ "นำส่ง"


*สามารถสร้างหรือตั้งค่าเกี่ยวกับโฆษณาเพิ่มเพื่อนได้เฉพาะจากเว็บไซต์ LINE Official Account Manager เท่านั้น ไม่สามารถสร้างจากแอปพลิเคชันได้

*เฉพาะบัญชีรับรองเท่านั้นที่สามารถเผยแพร่โฆษณาเพิ่มเพื่อนได้


คุณสามารถตั้งค่าหัวข้อต่อไปนี้ของโฆษณาเพิ่มเพื่อนได้


- เป้าหมายการแสดงโฆษณา

เพศ, อายุ, พื้นที่, ความสนใจ

- งบประมาณ

งบประมาณรวม, ราคาเสนอ

- คอนเทนต์โฆษณา

ชื่อ, คำอธิบาย, รูปภาพ

ข้อมูลเชิงลึก คือ ฟีเจอร์ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลสถิติการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น เพื่อน, ข้อความ, บรอดแคสต์, คูปอง, หรือบัตรสะสมแต้ม เป็นต้น


ขั้นตอนการเข้าดูข้อมูลเชิงลึกบน LINE Official Account Manager

1. เลือกที่แท็บ "ข้อมูลเชิงลึก"

2. ดูข้อมูลเชิงมูลเชิงลึกตามหัวข้อค่าง ๆ ที่ต้องการ


ขั้นตอนการเข้าดูข้อมูลเชิงลึกบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "ข้อมูลเชิงลึก"

2. ดูข้อมูลเชิงมูลเชิงลึกตามหัวข้อค่าง ๆ ที่ต้องการ


*จะแสดงข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นวันเมื่อวาน

วิธีการอ่านข้อมูลเชิงลึกบรอดแคสต์

- เปิด คือ จำนวนของผู้ใช้ที่เข้าไปในห้องแชทแล้วมีการแสดงบอลลูนข้อความขึ้นมา โดยจะไม่มีการนับซ้ำจำนวนการเปิดอ่านข้อความที่เคยแสดงขึ้นไปแล้วก่อนหน้า

- ผู้ใช้ที่คลิก คือ จำนวนผู้ใช้ที่คลิกลิงก์ในข้อความ

- ผู้ใช้ที่เริ่มดู คือ จำนวนผู้ใช้ที่เปิดวิดีโอหรือคลิปเสียงในข้อความ

- อิมเพรสชัน คือ จำนวนครั้งที่บอลลูนข้อความแสดงต่อผู้ใช้ โดยจะนับเพิ่มทุกครั้งที่ผู้ใช้เข้าไปในห้องแชทแล้วมีการแสดงบอลลูนข้อความขึ้นมา

การวัดค่าคอนเวอร์ชัน คือ การแทร๊กและวัด converison ที่ต้องการวัดผล ทุกอย่างที่เราต้องการนับเป็น คอนเวอร์ชัน เช่น ลงทะเบียนสำเร็จ, สั่งซื้อสำเร็จ, กดปุ่มที่ต้องการสำเร็จ


*หากต้องการวัดค่าคอนเวอร์ชันบนเว็บไซต์ คุณต้องติดตั้ง LINE Tag ในเว็บไซต์ดังกล่าว

สามารถตรวจสอบสถานะการโพสต์ไทม์ไลน์ได้ทั้งบนแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ LINE Official Account Manager ที่ใช้งานบนคอมพิวเตอร์


ขั้นตอนการตรวจสอบบน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่แท็บ "ข้อมูลเชิงลึก"

2. เลือกที่ "ไทม์ไลน์" > "โพสต์"

3. คลิกที่ "ตั้งค่าการแสดงหัวข้อ" > ทำเครื่องหมายเลือกที่ "แชร์" ในหัวข้อ "แอ็กชันของผู้ใช้"

*สามารถเลือกได้สูงสุด 5 หัวข้อ


ขั้นตอนการตรวจสอบบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "ข้อมูลเชิงลึก"

2. คลิกที่ "ไทม์ไลน์ (โพสต์)"

3. เลือกโพสต์ที่ต้องการตรวจสอบ

4. ตรวจสอบที่หัวข้อ "แชร์" ด้านล่างหน้าจอ


ค่าอิมเพรสชัน (Impressions) คือ จำนวนครั้งของการแสดงโพสต์ไทม์ไลน์ ซึ่งรวมถึงการแสดงโพสต์นอกเหนือจากบนไทม์ไลน์และ Explore ด้วย

ดูวิดีโอ (อย่างน้อย 3 วินาที)

คือ จำนวนครั้งที่มีการเล่นวิดีโอหรือเสียงในเนื้อหาที่โพสต์เกิน 3 วินาที

*รวมจำนวนครั้งที่เล่นอย่างน้อย 1 นาทีด้วย


ดูวิดีโอ (อย่างน้อย 1 นาที)

คือ จำนวนครั้งที่มีการเล่นวิดีโอหรือเสียงภายในเนื้อหาที่โพสต์เกิน 1 นาที

เวลาดูวิดีโอทั้งหมด คือเวลารวมที่มีการเล่นวิดีโอหรือเสียงในเนื้อหาที่โพสต์บนไทม์ไลน์


เมื่อผู้ใช้ติดตามบัญชีที่โพสต์ คอนเทนต์ใหม่จะแสดงบนไทม์ไลน์ของผู้ใช้ที่กดติดตามเสมอ คุณจึงสามารถส่งข้อมูลข่าวสารผ่านทางไทม์ไลน์ให้ได้อย่างต่อเนื่องแม้ยังไม่ได้รับการเพิ่มเป็นเพื่อนก็ตาม


ขั้นตอนการตรวจสอบบน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่แท็บ "ข้อมูลเชิงลึก"

2. เลือกที่ "ไทม์ไลน์" > "ผู้ติดตาม"


ขั้นตอนการตรวจสอบบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "ข้อมูลเชิงลึก"

2. คลิกที่ "ไทม์ไลน์ (ผู้ติดตาม)"


คุณสามารถโพสต์สิ่งเหล่านี้ลงบนไทม์ไลน์ได้


- ข้อความ

- รูปภาพและวิดีโอ

- สติกเกอร์

- คูปอง

- ลิงก์ (URL)

- แบบสอบถาม

- ตำแหน่งที่ตั้ง

คุณสามารถลบโพสต์ที่คุณเป็นคนสร้างได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นตอนการลบบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "ไทม์ไลน์"

2. เลือกโพสต์ที่ต้องการลบจากไทม์ไลน์

3. เลือกที่ "ลบ"


ขั้นตอนการลบบน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ "หน้าหลัก" > "ไทม์ไลน์" > "โพสต์แล้ว"

2. เลือกโพสต์ที่ต้องการลบ

3. เลือกที่ "ลบ" ที่อยู่ในหน้าจอรายละเอียดโพสต์

ไม่สามารถกู้ข้อมูลโพสต์ที่ลบไปแล้วกลับมาได้

เมื่อพบความคิดเห็นก่อกวน คุณสามารถกำหนดให้ผู้ใช้และความคิดเห็นเป็นสแปมได้

โดยจัดการและรายงานปัญหาตามขั้นตอนต่อไปนี้


ขั้นตอนการดำเนินการบนเว็บไซต์ LINE Official Account Manager

1. เลือกที่ "ไทม์ไลน์" > "รายชื่อโพสต์"

2. เลือกโพสต์ที่มีความคิดเห็นที่เป็นสแปม > เลือกความคิดเห็นดังกล่าว

3. เลือกที่ "กำหนดเป็นสแปม" หรือ ":" > "กำหนดเป็นสแปม"


ขั้นตอนการดำเนินการบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "ไทม์ไลน์"

2. เลือกที่ "ความคิดเห็น" หรือไอคอนบอลลูนคำพูดของโพสต์ที่มีความคิดเห็นที่เป็นสแปม

3. เลือกที่ "..." > "กำหนดเป็นสแปม"


*กรณีที่กำหนดผู้ใช้เป็นสแปม ระบบจะจัดความคิดเห็นของผู้ใช้ดังกล่าวทั้งหมดเป็นสแปมจนกว่าคุณจะยกเลิกการตั้งค่า

*ความคิดเห็นที่ระบบจัดเป็นสแปมไปแล้วจะยังคงเป็นสแปมอยู่แม้คุณยกเลิกการกำหนดผู้ใช้ดังกล่าวเป็นสแปมแล้วก็ตาม

หากพบโพสต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมบนไทม์ไลน์ คุณสามารถรายงานปัญหาได้จากหน้าจอไทม์ไลน์

*อีกฝ่ายจะไม่ทราบว่าคุณรายงาน


ขั้นตอนการรายงานโพสต์

1. เลือกไอคอน "..." ด้านขวาบนของโพสต์ที่ต้องการรายงานปัญหา

2. เลือกที่ "รายงานปัญหา"

3. เลือกเหตุผลที่รายงานปัญหา > เลือกที่ "รับทราบและส่ง"


ขั้นตอนการรายงานความคิดเห็น

1. แตะค้างที่ความคิดเห็นที่ต้องการรายงานปัญหา หรือสไลด์ความคิดเห็นดังกล่าวไปทางซ้าย

2. เลือกที่ "รายงานปัญหา"

3. เลือกเหตุผลที่รายงานปัญหา > เลือกที่ "รับทราบและส่ง"

โพสต์ของคุณอาจถูกรายงานปัญหาหากมีความเป็นไปได้ว่าขัดต่อข้อกำหนดการใช้บริการ LINE และทีมงานจะดำเนินการลบโพสต์ดังกล่าวเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าขัดแย้งจริง

ทีมงานจะพิจารณาเนื้อหาที่ได้รับรายงานปัญหาและพบจากการสังเกตการณ์ (Monitoring) ว่าขัดต่อข้อกำหนดการใช้บริการ LINE หรือไม่ แล้วดำเนินการตามความเหมาะสม เช่น ลบโพสต์ เป็นต้น


ขอสงวนสิทธิ์ไม่แจ้งผลการพิจารณาเนื้อหาการรายงานปัญหาและการเฝ้าสังเกตการณ์ ตลอดจนรายละเอียดการดำเนินงานของทีมงาน

การแชท คือ ฟังก์ชันการใช้ข้อความสื่อสารกันระหว่างผู้ใช้กับเจ้าของบัญชี LINE Official Account ซึ่งสามารถใช้งานการแชทได้ดังต่อไปนี้

- แชทแบบตัวต่อตัว (1:1)

- แชทแบบกลุ่ม

- Messaging API


*ไม่สามารถใช้งานการแชท (แชทแบบตัวต่อตัว, แชทแบบกลุ่ม) กับ Messaging API พร้อมกันได้

*กรุณาเลือกใช้งาน "โหมดการตอบกลับ : แชท" เพื่อใช้งานฟังก์ชันการแชท หรือ "โหมดการตอบกลับ : บอต" เพื่อใช้งาน Messaging API อย่างใดอย่างหนึ่ง

คุณสามารถเริ่มใช้งานแชทได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้


ขั้นตอนการเริ่มแชทบน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ "ตั้งค่า" > "ตั้งค่าการตอบกลับ"

2. คลิกเลือกที่ "ตั้งค่าการตอบกลับ" เป็น "แชท"


ขั้นตอนการเริ่มแชทบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่ "ตั้งค่า" > "ข้อความตอบกลับ" > "โหมดตอบกลับ"

2. เลือกที่ "แชท"



คุณสามารถใช้การแชทแบบกลุ่มเป็นช่องทางในการสื่อสารกับผู้ใช้งานหลายคนได้


*LINE Official Account จะใช้งานการแชทแบบกลุ่มได้ก็ต่อเมื่อถูกเชิญเข้ากลุ่มโดยผู้ใช้งาน LINE เท่านั้น

หากต้องการรับการแจ้งเตือน กรุณาตั้งค่าดังต่อไปนี้


ขั้นตอนการเปิดใช้งานบนเว็บไซต์ LINE Official Account Manager

1. เลือกที่แท็บ "แชท"

2. เลือกที่ "ตั้งค่าแชท" > "พื้นฐาน"

3. เปิดใช้งาน "แจ้งเตือนด้วยหน้าต่างป๊อปอัพ", "แจ้งเตือนด้วยเสียง", และ "แสดงข้อความบนหน้าต่างป๊อปอัพ" ในห้วข้อ "วิธีแจ้งเตือน"


ขั้นตอนการตั้งค่าบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "การแจ้งเตือน" > "ตั้งค่า" (ไอคอนรูปเกียร์) ด้านขวาบน

2. เลือกที่ "การแจ้งเตือน"

3. เปิดการตั้งค่า "อนุญาตให้แจ้งเตือน" หรือปิดหากไม่ต้องการ


*กรุณาเปิดการตั้งค่าการแจ้งเตือนของ Google Chrome แล้วอนุญาตให้ "chat.line.biz" เข้าถึงได้

*การโทรผ่านหน้าจอการจัดการบนเว็บสามารถใช้งานได้ผ่านเบราว์เซอร์ Google Chrome เท่านั้น

หากไม่ได้รับการแจ้งเตือนอาจมีสาเหตุดังต่อไปนี้


- ตั้งค่าปิดการแจ้งเตือนเอาไว้

- ใช้งานหน้าจอการจัดการบนเว็บและแอปพลิเคชันพร้อมกัน

หากใช้งาน LINE Business ID บนเว็บไซต์ LINE Official Account Manager พร้อมกับแอปพลิเคชัน อาจไม่ได้รับการแจ้งเตือนที่แอปพลิเคชันจัดการ


หากต้องการรับการแจ้งเตือนที่แอปพลิเคชันแม้กำลังใช้งานหน้าจอการจัดการบนเว็บอยู่ กรุณาเปลี่ยนการตั้งค่าตามขั้นตอนต่อไปนี้

*สามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้จากแอปพลิเคชันท่านั้น

1. เลือกที่แท็บ "การแจ้งเตือน" > "ตั้งค่า" (ไอคอนรูปเกียร์) ด้านขวาบน

2. เลือกที่ "การแจ้งเตือน"

3. เลือกที่ "เลือกการแจ้งเตือน" ด้านล่างหน้าจอ

4. ไปที่หัวข้อ "แชท" แล้วเปิดการตั้งค่าที่ "ข้อความใหม่เมื่อใช้เว็บไซต์ LINE Official Account"


หากตั้งค่าข้างต้นแล้วแต่ยังไม่ได้รับการแจ้งเตือน กรุณาแจ้งปัญหาผ่านแบบฟอร์มติดต่อสอบถาม

คุณไม่สามารถแก้ไขหรือลบข้อความที่ส่งไปแล้วได้

คุณสามารถใช้ LINE สติกเกอร์ที่ซื้อได้โดยล็อกอินด้วยบัญชี LINE เข้าใช้งานเว็บไซต์ LINE Official Account Manager หรือแอปพลิเคชัน

สติกเกอร์ที่สามารถใช้งานได้ มีดังต่อไปนี้

- สติกเกอร์ที่เป็นค่าเริ่มต้นของระบบ

- ครีเอเตอร์สติกเกอร์ที่ซื้อด้วยบัญชี LINE ที่ใช้ล็อกอิน


หมายเหตุ:

*ไม่สามารถใช้สติกเกอร์ทางการได้

*ไม่สามารถใช้ครีเอเตอร์สติกเกอร์ประเภทสติกเกอร์เติมคำ และสติกเกอร์ข้อความได้

*ไม่สามารถใช้ครีเอเตอร์สติกเกอร์ที่ซื้อด้วยบัญชี LINE ได้หากล็อกอินด้วยบัญชีธุรกิจ

LINE Call คือฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน LINE สามารถโทรศัพท์หาบัญชีทางการ LINE ได้


หากบัญชีทางการใช้งาน LINE Call ควบคู่กับการแชท จะช่วยให้สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้ได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้นด้วยการโทรและวิดีโอคอล เมื่อมีเรื่องด่วนหรือเรื่องที่อธิบายผ่านการแชทได้ยาก  


*LINE Call ใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น (ไม่สามารถใช้งานผ่านเว็บไซต์ LINE Official Account Manager)

*บัญชีทางการ LINE ไม่สามารถเป็นฝ่ายเริ่มต้นใช้ LINE Call โทรหาผู้ใช้ได้

กรุณาตรวจสอบวิธีเปิดใช้งาน LINE Call ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้


ขั้นตอนการเปิดใช้งานบนเว็บไซต์ LINE Official Account Manager

1. เลือกที่แท็บ "แชท"

2. เลือกที่ "ตั้งค่าแชท" > "โทร"

3. เปิดใช้งาน "LINE Call"


ขั้นตอนการเปิดใช้งานบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "แชท" > "ตั้งค่า" (ไอคอนรูปเกียร์) ทางด้านขวาบน

2. เลือกที่ "โทร"

3. เปิดการตั้งค่า "LINE Call"


*สามารถใช้งาน LINE Call ในโหมดการตอบกลับเป็นโหมดแชทเท่านั้น

*การโทรผ่านหน้าจอการจัดการบนเว็บสามารถใช้งานได้ผ่านเบราว์เซอร์ Google Chrome เท่านั้น

คุณสามารถรับโทรศัพท์เฉพาะเวลาที่จำเป็นได้โดยการส่งคำขอการโทรให้ผู้ใช้


กรุณาตรวจสอบวิธีส่งคำขอการโทรตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

ขั้นตอนการส่งจากแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "แชท" > เลือกแชทของผู้ใช้ที่ต้องการส่งคำขอการโทรให้

2. เลือกที่ "+" ด้านซ้ายล่าง

3. เลือกที่ "คำขอการโทร" > "ส่ง"


ขั้นตอนการส่งจากเว็บไซต์ LINE Official Account Manager

1. เลือกที่แท็บ "แชท" > เลือกแชทของผู้ใช้ที่ต้องการส่งคำขอการโทรให้

2. เลือกไอคอน "โทรศัพท์" ด้านขวาล่าง > "ส่ง"

คำขอการโทรที่ส่งให้ผู้ใช้ สามารถกำหนดเวลาใช้งาน 30 นาทีได้

โดยคำขอการโทรนั้นจะหมดอายุการใช้งานเมื่อผ่านไป 30 นาที ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเริ่มการโทรได้


ขั้นตอนการตั้งค่าคำขอการโทรที่มีกำหนดเวลาใช้งาน

ขั้นตอนการตั้งค่าบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "แชท" > "ตั้งค่าแชท" (ไอคอนรูปเกียร์)

2. เลือกที่ "โทร"

3. เปิดการตั้งค่าที่ "กำหนดเวลาใช้งานคำขอการโทร" ในหัวข้อตั้งค่าตัวเลือก


ขั้นตอนการตั้งค่าบนหน้าจอการจัดการบน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่แท็บ "แชท" > "ตั้งค่าแชท" (ไอคอนรูปเกียร์)

2. คลิกที่ "โทร"

3. เลือก "ใช้งาน" ที่ "กำหนดเวลาใช้งานคำขอการโทร" ในหัวข้อตั้งค่าตัวเลือก

หากตั้งค่าข้อความเมื่อไม่สามารถรับโทรศัพท์ ระบบจะส่งข้อความดังกล่าวให้ผู้ใช้โดยอัตโนมัติเมื่อคุณไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้

สามารถตรวจสอบวิธีตั้งค่าข้อความเมื่อไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้


ขั้นตอนการตั้งค่าบนเว็บไซต์ LINE Official Account Manager

1. เลือกที่แท็บ "แชท"

2. เลือกที่ "ตั้งค่าแชท" > "โทร"

3. เปิดใช้ "ข้อความเมื่อไม่สามารถรับโทรศัพท์"


ขั้นตอนการตั้งค่าบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "แชท" > ตั้งค่า (ไอคอนรูปเกียร์) ทางด้านขวาบน

2. เลือกที่ "โทร"

3. เปิดการตั้งค่า "ข้อความเมื่อไม่สามารถรับโทรศัพท์"


*สามารถแก้ไขข้อความ โดยคลิกเลือก "แก้ไข"

ระบบจะส่งข้อความเมื่อไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ในกรณีดังต่อไปนี้


- เมื่อแอดมินไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ภายในเวลาที่ผู้ใช้โทร

- ขณะที่แอดมินกำลังสนทนาอยู่กับผู้ใช้คนอื่น

- เมื่อแอดมินปฏิเสธโทรศัพท์ที่ผู้ใช้โทรเข้ามา


*ระบบจะส่งข้อความเมื่อไม่สามารถรับสายโทรศัพท์ให้แก่ผู้ใช้ที่ถูกกำหนดเป็นสแปมด้วยเช่นกัน

หากได้รับโทรศัพท์หรือแชทก่อกวนจากผู้ใช้คนใดคนหนึ่ง คุณสามารถจำกัดการติดต่อของผู้ใช้ดังกล่าวได้โดยกำหนดเป็นสแปม

เมื่อกำหนดผู้ใช้เป็นสแปม ระบบจะไม่แจ้งเตือนโทรศัพท์และข้อความจากผู้ใช้คนดังกล่าวอีก


ขั้นตอนการกำหนดบนเว็บไซต์ LINE Official Account Manager

1. เลือกที่แท็บ "แชท"

2. เลือกที่แชทของผู้ใช้ที่ต้องการกำหนดเป็นสแปม > ตรวจสอบโปรไฟล์ทางด้านขวา

3. เลือกที่ ":" ด้านขวาบนของโปรไฟล์

4. เลือก "กำหนดเป็นสแปม" จากในเมนู > "ใช้"


ขั้นตอนการกำหนดบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "แชท"

2. เลือกที่แชทของผู้ใช้ที่ต้องการกำหนดเป็นสแปม

3. เลือกที่ "v" ด้านขวาบน > "การจัดการโปรไฟล์ผู้ใช้"

4. เปิดการตั้งค่า "กำหนดเป็นสแปม"


สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนสายเรียกเข้าได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้


ขั้นตอนการตั้งค่าบน LINE Official Account Manager

1. เลือกที่แท็บ "แชท"

2. เลือกที่ "ตั้งค่าแชท" > "พื้นฐาน"

3. เปิดใช้ "รับการแจ้งเตือนบนเว็บไซต์" ที่หัวข้อ "LINE Call"


ขั้นตอนการตั้งค่าบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "การแจ้งเตือน" > "ตั้งค่า" (ไอคอนรูปเกียร์) ด้านขวาบน

2. เลือกที่ "โทร"

3. เปิดการตั้งค่า "รับสาย" หากต้องการรับการแจ้งเตือนสายเรียกเข้า หรือปิดหากไม่ต้องการ


*กรุณาเปิดการตั้งค่าการแจ้งเตือนของ Google Chrome แล้วอนุญาตให้ "chat.line.biz" เข้าถึงได้

*การโทรผ่านหน้าจอการจัดการบนเว็บสามารถใช้งานได้ผ่านเบราว์เซอร์ Google Chrome เท่านั้น


ขั้นตอนการตั้งค่าการแจ้งเตือนของ Google Chrome แล้วอนุญาตให้ "chat.line.biz" เข้าถึงได้

1. คลิกที่ ":" ทางด้านขวาบนของเบราว์เซอร์ Google Chrome > "การตั้งค่า"

2. คลิกที่ "การตั้งค่าเว็บไซต์" ในหัวข้อ "ข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัย" > "การแจ้งเตือน"

3. คลิกที่ "chat.line.biz" ภายในหน้าการตั้งค่าการแจ้งเตือน

4. ไปที่หัวข้อการแจ้งเตือนในรายการสิทธิ์แล้วเปลี่ยนสิทธิ์เป็น "อนุญาต"

หากไม่ได้รับสายเรียกเข้าจากผู้ใช้ มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้


- ปิดการตั้งค่าสายเรียกเข้าของแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์อยู่

- ปิดการตั้งค่าใช้งานโทรศัพท์ของบัญชีอยู่

- ผู้รับผิดชอบบัญชีคนอื่นปิดการตั้งค่าใช้งานโทรศัพท์ของบัญชี

ปัจจุบัน ทั้งบัญชี LINE Official Account และผู้ใช้งาน LINE สามารถใช้บริการได้ฟรี

สามารถโอนสายจาก LINE Call ไปยังโทรศัพท์บ้านของร้านค้าได้

โดยประวัติการโทรและสายที่ไม่ได้รับจะแสดงอยู่ในห้องแชทเหมือนการโทร LINE Call ตามปกติ


ขั้นตอนการตั้งค่าโอนสาย LINE Call

ขั้นตอนการตั้งค่าบนหน้าจอการจัดการบน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่แท็บ "แชท" > "ตั้งค่าแชท" (ไอคอนรูปเกียร์)

2. คลิกที่ "ตั้งค่าแชท" > "โทร"

3. คลิกเลือกประเภทการโทรเป็น "โอนสาย" ในหัวข้อ "ประเภทการโทร"

4. กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการโอนสายในหน้าต่างป๊อปอัพ "ใส่หมายเลขโทรศัพท์" > คลิกที่ "ต่อไป"

5. ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่หน้าต่างป๊อปอัพ "ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์" > คลิกที่ "บันทึก"


ขั้นตอนการตั้งค่าบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "แชท" > "ตั้งค่าแชท" (ไอคอนรูปเกียร์)

2. เลือกที่ "โทร"

3. เลือกที่ "ประเภทการโทร" > "โอนสาย"

4. กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการโอนสายในหน้าต่างป๊อปอัพ "ใส่หมายเลขโทรศัพท์" > เลือกที่ "ต่อไป"

5. ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่หน้าต่างป๊อปอัพ "ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์" > เลือกที่ "บันทึก"


*สามารถใช้งานได้เฉพาะแพ็กเกจเบสิคและโปรเท่านั้น

หากไม่สามารถใช้งานกล้องในการโทรผ่านหน้าจอการจัดการบน LINE Official Account Manager กรุณาตรวจสอบดังต่อไปนี้


- ตรวจสอบการตั้งค่า

กรุณาคลิกที่ "ตั้งค่าแชท" (ไอคอนรูปเกียร์) > "พื้นฐาน" > ไปที่หัวข้อ "ตั้งค่าเสียงและวิดีโอ" > ตรวจสอบสถานะการตั้งค่าที่แสดงอยู่ด้านข้าง "กล้อง"


หากแสดงว่า "ปิดใช้งาน" หรือ "บล็อค" กรุณาตั้งค่าตามคำแนะนำด้านล่าง

หากตั้งค่าใช้งานเรียบร้อยแล้วระบบจะแสดงว่า "อนุญาต"


- กรณีที่แสดงว่า "ปิดใช้งาน"

ต้องอนุญาตให้ใช้งานผ่านป๊อปอัพของเบราว์เซอร์

โดยคลิกที่ "อนุญาตการเข้าถึง" > "อนุญาต" ในหน้าต่างป๊อปอัพ


- กรณีที่แสดงว่า "บล็อค"

ต้องอนุญาตให้ใช้งานผ่านการตั้งค่าของเบราว์เซอร์ตามขั้นตอนต่อไปนี้


1. คลิกที่ ":" ทางด้านขวาบนของเบราว์เซอร์ Google Chrome > "การตั้งค่า"

2. คลิกที่ "การตั้งค่าเว็บไซต์" > ในหัวข้อ "ข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัย" > "กล้องถ่ายรูป"

3. คลิกที่ "chat.line.biz" ภายในหน้าการตั้งค่ากล้องถ่ายรูป

4. ไปที่หัวข้อกล้องถ่ายรูปในรายการสิทธิ์แล้วเปลี่ยนสิทธิ์เป็น "อนุญาต"

หากไม่สามารถใช้งานไมโครโฟนในการโทรผ่านหน้าจอการจัดการบนเว็บ LINE Official Account Manager กรุณาตรวจสอบดังต่อไปนี้


- ตรวจสอบการตั้งค่า

กรุณาคลิกที่ "ตั้งค่าแชท" (ไอคอนรูปเกียร์) > "พื้นฐาน" > ไปที่หัวข้อ "ตั้งค่าเสียงและวิดีโอ" > ตรวจสอบสถานะการตั้งค่าที่แสดงอยู่ด้านข้าง "ไมโครโฟน"


หากแสดงว่า "ปิดใช้งาน" หรือ "บล็อค" กรุณาตั้งค่าตามคำแนะนำด้านล่าง

หากตั้งค่าใช้งานเรียบร้อยแล้วระบบจะแสดงว่า "อนุญาต"


- กรณีที่แสดงว่า "ปิดใช้งาน"

ต้องอนุญาตให้ใช้งานผ่านป๊อปอัพของเบราว์เซอร์

โดยคลิกที่ "อนุญาตการเข้าถึง" > "อนุญาต" ที่หน้าต่างป๊อปอัพ


- กรณีที่แสดงว่า "บล็อค"

ต้องอนุญาตให้ใช้งานผ่านการตั้งค่าของเบราว์เซอร์ตามขั้นตอนต่อไปนี้


1. คลิกที่ ":" ทางด้านขวาบนของเบราว์เซอร์ Google Chrome > "การตั้งค่า"

2. คลิกที่ "การตั้งค่าเว็บไซต์" > "การแจ้งเตือน"

3. คลิกที่ "chat.line.biz" ภายในหน้าการตั้งค่าไมโครโฟน

4. ไปที่หัวข้อไมโครโฟนในรายการสิทธิ์แล้วเปลี่ยนสิทธิ์เป็น "อนุญาต"

สามารถใช้ LINE Call ได้ในแอปพลิเคชันเวอร์ชันดังต่อไปนี้


สำหรับแอดมินของบัญชี LINE Official Account

- แอปพลิเคชันจัดการเวอร์ชัน 2.0.0 ขึ้นไป


สำหรับผู้ใช้ LINE

- แอปพลิเคชัน LINE เวอร์ชัน 10.10 - 10.15

 * ใช้งานได้บางส่วน ยกเว้นฟังก์ชันการโอนสายไปยังโทรศัพท์บ้านและฟังก์ชันคำขอการโทรที่มีกำหนดเวลา


- แอปพลิเคชัน LINE เวอร์ชัน 10.16.0 ขึ้นไป

 * ใช้งานได้ทุกฟังก์ชัน รวมถึงฟังก์ชันการโอนสายไปยังโทรศัพท์บ้านและฟังก์ชันคำขอการโทรที่มีกำหนดเวลา

โปรไฟล์ เปรียบเหมือนมินิเว็บไซต์ที่คุณสามารถกรอกข้อมูลพื้นฐานของบริษัท, ร้านค้า, หรือแแบรนด์สินค้า โดยข้อมูลบนโปรไฟล์สามารถแชร์บนเว็บในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และข้อมูลดังกล่าวจะเป็นช่องทางการเผยแพร่ที่ดีที่สุดที่ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รู้จักบัญชีทางการของคุณมากขึ้น


การแชร์ข้อมูลบนเว็บสามารถทำได้เฉพาะบัญชีรับรองเท่านั้น

สามารถแก้ไขโปรไฟล์ได้ดังนี้


ขั้นตอนการแก้ไขผ่าน LINE Official Account Manager

1. เลือกที่ "โปรไฟล์"

2. แก้ไขหัวข้อที่ต้องการในหน้าโปรไฟล์

3. เลือก "เปิดใช้เนื้อหาที่บันทึกไว้" เพื่อบันทึกและแสดงข้อมูลโปรไฟล์บนบัญชีทางการ


ขั้นตอนการแก้ไขผ่านแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "หน้าหลัก" > "โปรไฟล์"

2. แก้ไขหัวข้อที่ต้องการในหน้าโปรไฟล์

3. เลือก "เปิดใช้เนื้อหาที่บันทึกไว้" เพื่อบันทึกและแสดงข้อมูลโปรไฟล์บนบัญชีทางการ

กรุณาตรวจสอบวิธีทำให้ปุ่มโทรแสดงบนหน้าโปรไฟล์ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้


ขั้นตอนการตั้งค่าบนเว็บไซต์ LINE Official Account Manager

1. เลือกที่ "โปรไฟล์"

2. เลือกที่ "เพิ่มปุ่ม" > "โทร" > "ต่อไป"

3. เลือก "LINE Call" หรือเบอร์ที่ต้องการ > เลือกที่ "เพิ่ม"

4. เลือกที่ "เปิดใช้"

5. เลือก "บันทึก" > "ตกลง"

6. เลือก "เปิดใช้เนื้อหาที่บันทึกไว้" เพื่อบันทึกและแสดงข้อมูลโปรไฟล์บนบัญชีทางการ


ขั้นตอนการตั้งค่าบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่แท็บ "หน้าหลัก" > "โปรไฟล์" > "โปรไฟล์"

2. เลือกที่ "เพิ่มปุ่ม" > เลือก "โทร" > เลือกที่ "ต่อไป"

3. เลือก "LINE Call" หรือเบอร์ที่ต้องการ > เลือกที่ "เพิ่ม"

4. เลือกที่ "บันทึก" > "ตกลง"

5. เลือกที่ "<" ด้านซ้ายบน

6. เลือก "เปิดใช้เนื้อหาที่บันทึกไว้" เพื่อบันทึกและแสดงข้อมูลโปรไฟล์บนบัญชีทางการ


*กรณีเลือก LINE Call สามารถเปิดใช้งาน "อนุญาตให้โทรนอกเวลาตอบข้อความ" ตามความจำเป็นในการใช้งาน

ปัจจุบันฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้บริการเฉพาะบัญชีพรีเมียม (Premium Account) หรือบัญชีโล่สีเขียวเท่านั้น ซึ่งบัญชีธุรกิจสำหรับองค์กรหรือ หน่วยงานราชการ

จำนวนข้อความที่สามารถส่งได้ฟรีจะแตกต่างกันในแต่ละแพ็กเกจที่ใช้งาน กรณีที่เป็นแพ็กเกจแบบฟรีจะสามารถส่งได้ 1,000 ข้อความต่อ 1 เดือน

หากต้องการส่งข้อความเกินจำนวนข้อความที่ส่งได้ฟรี คุณจำเป็นต้องตั้งค่าลิมิตของ "ข้อความเพิ่มเติม" เอาไว้ล่วงหน้า ซึ่งการตั้งค่าลิมิตของ "ข้อความเพิ่มเติม" สามารถตั้งค่าได้ภายในขอบเขตของลิมิตที่บริษัทกำหนดเอาไว้เท่านั้น

หากคุณต้องการตั้งค่าลิมิตของ "ข้อความเพิ่มเติม" เกินกว่าที่บริษัทกำหนด กรุณาสอบถามเข้ามาผ่านแบบฟอร์มติดต่อสอบถาม


สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจรายเดือน LINE Official Account ได้ที่ LINE for Business

คุณสามารถตรวจสอบจำนวนข้อความฟรีที่ส่งไปแล้วภายในเดือนนั้น ๆ ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้


ขั้นตอนการตรวจสอบบน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ชื่อบัญชีที่ต้องการจากรายการบัญชี

2. คลิกที่ "ตั้งค่า" > "การใช้งานและการเรียกเก็บเงิน" > "แดชบอร์ด"

3. ตรวจสอบที่ "ข้อความส่งฟรีที่ส่ง" ในหัวข้อ "การส่งข้อความในเดือนนี้"


ขั้นตอนการตรวจสอบบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่ชื่อบัญชีที่ต้องการจากรายการบัญชี

2. เลือกที่ "รายละเอียดการใช้งาน"

3. ตรวจสอบที่ "ข้อความส่งฟรีที่ส่ง" ในหัวข้อ "การส่งข้อความในเดือนนี้"


ขั้นตอนการตรวจสอบบน Webstore https://manager.line.biz/webstore/

1. คลิกที่ชื่อบัญชีที่ต้องการจากรายชื่อบัญชี

2. ตรวจสอบที่ "ข้อความส่งฟรีที่ส่ง" ในหัวข้อรายละเอียดการใช้งาน"

หากต้องการส่งข้อความบรอดแคสต์เกินจำนวนข้อความฟรีที่ระบบให้มา คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนการตั้งค่าลิมิตของข้อความเพิ่มเติม

วิธีการเปลี่ยนลิมิตของข้อความ


ขั้นตอนเปลี่ยนการตั้งค่าบน LINE Official Account Manager

1. คลิกที่ชื่อบัญชีที่ต้องการจากรายการบัญชี

2. คลิกที่ "ตั้งค่า" > "การใช้งานและการเรียกเก็บเงิน" > "แดชบอร์ด"

3. คลิกที่ "แก้ไขลิมิต" ในหัวข้อ "การส่งข้อความในเดือนนี้"

4. เปลี่ยนลิมิตที่ต้องการแล้วเลือกที่ "บันทึก"


ขั้นตอนเปลี่ยนการตั้งค่าบนแอปพลิเคชัน

1. เลือกที่ชื่อบัญชีที่ต้องการจากรายการบัญชี

2. เลือกที่ "รายละเอียดการใช้งาน" > "แก้ไขลิมิต"

3. เปลี่ยนลิมิตที่ต้องการแล้วเลือกที่ "บันทึก"


ขั้นตอนเปลี่ยนการตั้งค่าบน Webstore https://manager.line.biz/webstore/

1. คลิกที่ชื่อบัญชีที่ต้องการจากรายชื่อบัญชี

2. เลือก "แก้ไขลิมิต" ในหัวข้อรายละเอียดการใช้งาน

3. เปลี่ยนลิมิตที่ต้องการแล้วเลือกที่บันทึก


หมายเหตุ: 

*แพ็กเกจฟรีไม่สามารถเปลี่ยนการตั้งค่าลิมิตของข้อความได้ เนื่องจากไม่สามารถส่งเกิน 1,000 ข้อความได้

*ไม่สามารถตั้งค่าข้อความเพิ่มเติมเกินจำนวนลิมิตที่กำหนดไว้ได้

*หากคุณต้องการส่งข้อความเกินลิมิตที่กำหนดไว้ กรุณาสอบถามเข้ามาผ่านแบบฟอร์มติดต่อสอบถาม

กรุณากรอกข้อมูลที่จำเป็นและรายละเอียดของปัญหาต่าง ๆ ลงในแบบฟอร์มติดต่อสอบถามเพื่อติดต่อมายังทีมงาน


กรณีที่ใช้งานบัญชีรับรอง หรือกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา กรุณาแจ้งข้อมูลด้านล่างนี้เพิ่มเติม

- หมายเลขการสมัคร

- ชื่อผู้สมัคร

- อีเมลแอดเดรส


*สามารถตรวจสอบ "หมายเลขการสมัคร" ได้ที่หัวข้อของอีเมลที่ได้รับตอนสมัครหรือแจ้งผลการพิจารณา

*กรุณากรอก "ชื่อผู้สมัคร" และ "อีเมลแอดเดรส" ให้ตรงกับข้อมูลที่คุณกรอกตอนสมัครใช้บริการ


กรอกแบบฟอร์มติดต่อที่ ติดต่อ

ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิอันชอบธรรมที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานได้รับเป็นการยอมรับในความวิริยอุตสาหะและคุณค่าในการสร้างสรรค์งาน การคุ้มครองลิขสิทธิ์ คือ การดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์

กรุณาแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ในหน้ารายงานปัญหาเมื่อถูกละเมิดสิทธิ์

หากข้อมูลไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ ทีมงานจะไม่สามารถดำเนินการได้


ข้อมูลที่จำเป็น

- สิทธิ์ที่ถูกละเมิด

- ตำแหน่งที่ถูกละเมิดสิทธิ์

- ข้อมูลที่สามารถตรวจสอบว่าถูกละเมิดสิทธิ์จริง เช่น URL เป็นต้น

- ข้อมูลเกี่ยวกับผู้รายงานปัญหา ได้แก่ ข้อมูลว่าใช้งานส่วนบุคคลหรือนิติบุคคล, ชื่อ-นามสกุล, รหัสไปรษณีย์, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมลแอดเดรส

เจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้แทนที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นสามารถรายงานปัญหาการละเมิดสิทธิ์ได้

ทีมงานไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการกับรายงานปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ให้ทราบได้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

ผู้ใช้ที่ลงคอนเทนต์ที่ถูกรายงานปัญหาจะได้รับข้อมูลเพียงว่ามีการรายงานปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์จากผู้ถือสิทธิ์เท่านั้น โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้รายงาน

ไม่สามารถยกเลิกรายงานปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ส่งไปแล้วได้

อย่างไรก็ตาม ทีมงานจะไม่ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น หากตรวจสอบเนื้อหาของการรายงานแล้วพบว่าไม่เข้าข่ายการละเมิด หรือไม่พบปัญหา

หากคุณส่งต้นฉบับของคอนเทนต์ที่เป็นเจ้าของลิ​​ขสิทธิ์มา และสามารถตรวจสอบยืนยันได้ จะได้รับการคุ้มครองตามมาตรการคุ้มครอง

งานลิขสิทธิ์สืบเนื่อง คือ ผลงานสร้างสรรค์ที่ผลิตโดยดัดแปลงผลงานต้นฉบับด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น แปล, ปรับแต่งทำนอง, ปรับแต่งรูปร่าง, ดัดแปลงเป็นบทสำหรับการแสดง, นำมาสร้างเป็นวิดีโอ หรือวิธีการอื่น ๆ

งานลิขสิทธิ์สืบเนื่องจะได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ในฐานะงานลิขสิทธิ์สืบเนื่องเช่นกัน

หากทีมงานพิจารณาแล้วพบว่าละเมิดลิขสิทธิ์จริง จะเรียกคืนรายได้ทั้งหมด ซึ่งหมายรวมถึงรายได้ในระหว่างถูกรายงานปัญหาด้วย

เราใช้เทคโนโลยี ACR (Auto Content Recognition) Solution ตรวจสอบและจัดการการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาโดยอัตโนมัติ เพื่อคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของวิดีโอ

FAQร่วมเป็น Partnerติดต่อข้อตกลงและเงื่อนไขเกี่ยวกับ LINE

© LINE Corporation ©