
การเข้าถึงลูกค้าที่ใช่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่จำนวนคนที่เห็นโฆษณาเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ “เกี่ยวข้อง” มากแค่ไหนด้วย
วันนี้ LINE Ads มีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ คือ กลุ่มเป้าหมายที่ได้มาจากพฤติกรรมการใช้งานแอปฯ ต่าง ๆ บนมือถือซึ่งรวบรวมโดย ADA ที่เข้ามาเสริมศักยภาพการทำ Audience Targeting ให้ลึกขึ้นผ่านข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานแอปจริงบนมือถือ ช่วยให้แบรนด์มองเห็นโอกาสใหม่ในการเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายและแม่นยำมากขึ้น โดยยังสามารถใช้งานร่วมกับตัวเลือก Targeting เดิมของ LINE Ads ได้ตามปกติ
สำหรับใครที่ยังไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่อง Targeting บน LINE Ads แนะนำให้อ่านบทความนี้ก่อน
● ไขกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการทำโฆษณา LINE Ads ด้วยการเข้าถึง “กลุ่มเป้าหมาย” ที่ใช่
● ยกระดับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย LINE Ads ด้วยการกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียด (Advanced Targeting)

จุดเด่นของชุดกลุ่มเป้าหมายใหม่นี้ คือความร่วมมือระหว่าง LINE และ ADA ในการนำข้อมูล พฤติกรรมการใช้งานแอปบนมือถือ มาพัฒนาเป็นตัวเลือกกลุ่มเป้าหมายบน LINE Ads ช่วยให้ผู้ลงโฆษณามองเห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ลึกขึ้น และวางแผนการเข้าถึงได้หลากหลายยิ่งขึ้น
ความน่าสนใจของฟีเจอร์นี้อยู่ที่การครอบคลุมข้อมูลพฤติกรรมจากผู้ใช้งานบนมือถือกว่า 46 ล้านคน เชื่อมโยงกับสถานที่สำคัญกว่า 190,000 แห่ง และต่อยอดจากแอปพลิเคชันที่มีผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่องมากกว่า 89,000 แอป ก่อนนำมาจัดกลุ่มเป็นพฤติกรรมเชิงลึกมากกว่า 45 กลุ่มเป้าหมายคุณภาพ เพื่อช่วยให้แบรนด์สามารถเลือกใช้ได้ทั้งในมุมของการขยายโอกาสเข้าถึงลูกค้าใหม่ และการคัดกลุ่มเป้าหมายให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
ชุดกลุ่มเป้าหมายใหม่นี้ครอบคลุมหลายมิติที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มตามระดับกำลังซื้อ, กลุ่มคนที่ชื่นชอบการเดินทาง, กลุ่มที่ใส่ใจความงามและแฟชั่น, กลุ่มแม่และเด็ก, กลุ่มผู้เกษียณ, กลุ่มที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม, กลุ่มผู้ที่สนใจซื้อรถคันแรก, กลุ่มผู้ใช้อุปกรณ์มือถือ และ กลุ่มตามการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ

ในบางหมวดยังสามารถเจาะลึกได้ละเอียดมากขึ้น เช่น กลุ่มตามระดับกำลังซื้อ ที่แบ่งออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่กำลังซื้อสูงมาก สูง ปานกลาง ไปจนถึงระดับทั่วไป ช่วยให้แบรนด์สามารถเลือกสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้สอดคล้องกับระดับราคาสินค้าและบริการมากขึ้น
ขณะที่ กลุ่มผู้ใช้อุปกรณ์มือถือ ก็สามารถเจาะลึกถึง ราคาอุปกรณ์มือถือที่ใช้งาน ได้ ตั้งแต่กลุ่มราคาเริ่มต้นไปจนถึงกลุ่มอุปกรณ์ระดับราคาสูง รวมถึงสามารถดูรายละเอียดตามช่วงอายุของอุปกรณ์ที่ใช้งานได้อีกด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับแบรนด์ที่ต้องการวางแผนสื่อสารให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม
อีกส่วนที่น่าสนใจมากคือ กลุ่มตามการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ กลุ่มเกม ที่แยกย่อยต่อได้อีกหลายประเภท เช่น Action, Adventure, Puzzle, Racing, RPG และ Strategy ไปจนถึง กลุ่มออกแบบกราฟิก, กลุ่มหนังสือและคอมิก, กลุ่มการสื่อสาร, กลุ่มการศึกษาและการเรียนรู้, กลุ่มความบันเทิง, กลุ่มไลฟ์สไตล์, กลุ่มดนตรี, กลุ่มข่าวสารและนิตยสาร, กลุ่มเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน, กลุ่มแต่งภาพและวิดีโอ, กลุ่มโซเชียล, กลุ่มเครื่องมืออรรถประโยชน์ และ กลุ่มการท่องเที่ยว
ด้วยความละเอียดในระดับนี้ แบรนด์จึงสามารถเลือกใช้กลุ่มเป้าหมายได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งเพื่อขยายโอกาสเข้าถึงลูกค้าใหม่ และเพื่อวางแผนการสื่อสารให้สอดคล้องกับความสนใจและพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ความน่าสนใจของกลุ่มเป้าหมายพฤติกรรมการใช้งานบนมือถือที่ได้จาก ADA ไม่ได้อยู่แค่ว่าเป็นตัวเลือกใหม่ในระบบ แต่อยู่ที่มันสามารถนำมาใช้ร่วมกับการตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายเดิมของ LINE Ads ได้อย่างยืดหยุ่น
พูดให้ง่ายคือ ถ้าแบรนด์อยากลองหาลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่เคยยิงมาก่อน ก็สามารถเลือกใช้ กลุ่มเป้าหมายใหม่นี้ (ในระบบจะเรียกว่าพฤติกรรมการใช้งานแอปบนมือถือ หรือ Mobile App Behavior) เป็นตัวช่วยเปิดประตูไปหาคนกลุ่มนั้นได้เลย
แต่ถ้าแบรนด์มีภาพของลูกค้าอยู่แล้ว และอยากคัดคนให้ตรงมากขึ้น ก็สามารถนำกลุ่มเป้าหมายจากพฤติกรรมการใช้งานแอปบนมือถือ มาใช้ร่วมกับ target เดิม เพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายแคบลงและชัดขึ้นได้
ในอีกมุมหนึ่ง ถ้าแคมเปญเดิมเริ่มตัน หรืออยากเพิ่มการมองเห็นให้กว้างขึ้น แบรนด์ก็สามารถใช้กลุ่มเป้าหมายจากพฤติกรรมการใช้งานแอปบนมือถือมาช่วยขยายฐานคนที่มีโอกาสสนใจสินค้าและบริการออกไปได้
จึงไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะแค่กับงานยิงโฆษณาแบบแม่นยำเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับงานที่ต้องการเพิ่ม Reach โดยไม่หลุดจากความเกี่ยวข้องกับธุรกิจมากเกินไป
สรุปคือ จุดแข็งของฟีเจอร์นี้ไม่ได้มีแค่ “มีให้เลือกเพิ่ม”
แต่คือมันช่วยให้แบรนด์ปรับวิธีเข้าถึงผู้คนได้หลายแบบมากขึ้น
จะใช้เพื่อหา “คนใหม่”
จะใช้เพื่อ “คัดคนให้ตรงขึ้น”
หรือจะใช้เพื่อ “ขยายคนที่มีแนวโน้มสนใจ”
ก็ทำได้ในเครื่องมือเดียว
อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญของฟีเจอร์นี้ ไม่ได้อยู่แค่การมีกลุ่มเป้าหมาย ใหม่เพิ่มเข้ามาใน LINE Ads แต่คือการให้นักการตลาดสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้หลายรูปแบบ แล้วนำมาผสมเข้าด้วยกัน เพื่อให้แคมเปญทำงานได้กว้างพอที่จะค้นหากลุ่มเป้าหมายหรือโอกาสใหม่ และแม่นพอจะเข้าถึงคนที่สนใจจริง
แนวคิดของกลยุทธ์เลือกกลุ่มเป้าหมายแบบสผมผสานจึงไม่ได้หมายถึงการตั้งค่าโฆษณาให้ซับซ้อนขึ้นเท่านั้น แต่คือการออกแบบการเข้าถึงลูกค้าให้มีคุณภาพมากขึ้นในเชิงกลยุทธ์ กล่าวคือ แบรนด์สามารถใช้กลุ่มเป้าหมายใหม่เพื่อเปิดโอกาสไปหาผู้ใช้ที่อาจยังไม่เคยอยู่ในเรดาร์มาก่อน ควบคู่กับกลุ่มเป้าหมายที่ LINE Ads มีให้ เพื่อช่วยคัดกรองให้กลุ่มนั้นมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการมากขึ้น

ตัวอย่างจากกลุ่ม Tech/Telco (Mobile), Retail (Ecommerce) และ Insurance & Financial ที่ใช้กลุ่มเป้าหมายจากพฤติกรรมการใช้งานแอปบนมือถือให้ผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกัน คือ Conversion Rate ปรับตัวดีขึ้น ควบคู่กับ CPV ที่ลดลง โดยในบางกรณี CVR เพิ่มขึ้น 100% และ CPV ลดลงสูงสุด 57% สะท้อนให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลเชิงพฤติกรรมที่ลึกขึ้น ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มตอบสนองได้ดีขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้งบโฆษณาในเชิงธุรกิจได้จริง
ในวันที่การแข่งขันด้านโฆษณาดิจิทัลไม่ได้วัดกันแค่ว่าใครเข้าถึงคนได้มากกว่า แต่ต้องวัดกันว่าใครเข้าถึง “คนที่ใช่” ได้ดีกว่าพฤติกรรมการใช้งานแอปบนมือถือจึงกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญบน LINE Ads ที่ช่วยให้แบรนด์วางแผน audience ได้ลึกขึ้นและยืดหยุ่นขึ้นในเวลาเดียวกัน
ด้วยข้อมูลที่ครอบคลุมพฤติกรรมจากผู้ใช้งานบนมือถือมากกว่า 46 ล้านคน จากสถานที่สำคัญกว่า 190,000 แห่ง และจากแอปพลิเคชันที่มีผู้ใช้งานต่อเนื่องมากกว่า 89,000 แอป ก่อนนำมาแบ่งเป็นพฤติกรรมการใช้งานเชิงลึกมากกว่า 45 กลุ่มเป้าหมาย แบรนด์จึงมีทางเลือกมากขึ้นในการหาลูกค้าใหม่ ขยายการเข้าถึงอย่างมีคุณภาพ และเพิ่มความแม่นยำให้กับแคมเปญได้มากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ลงโฆษณาที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดีกว่าการยิงกว้างแบบทั่วไป นี่คืออีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ควรศึกษาและเริ่มทดลองใช้งานบน LINE Ads Manager ได้แล้วที่ admanager.line.biz