Website Visits บน LINE Ads: จาก “เห็น” ไปสู่ “คลิก” พาคนเข้าเว็บแบบวัดผลได้

Line Ads : Traffic Objective

Website Visits บน LINE Ads: จาก “เห็น” ไปสู่ “คลิก” พาคนเข้าเว็บแบบวัดผลได้

เวลายิงโฆษณาแล้วเจออาการ “คนเห็นเยอะ แต่เว็บเงียบ” หรือ “มีคลิกบ้าง แต่ไม่รู้ว่าคลิกแล้วไปไหนต่อ” ส่วนใหญ่ไม่ได้แปลว่าโฆษณาไม่ดีเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะเลือกวัตถุประสงค์ (Objective) ไม่ตรงกับการรับรู้ในแต่ละขั้นของ Customer Jouney ของคนดู


ถ้าวัตถุประสงค์สร้างการรับรู้ (Awareness Objective) คือช่วงปูพื้นให้คนคุ้นหน้าแบรนด์ (เห็น–จำ–คุ้น) บทความนี้คือ “ขั้นถัดมา” ที่พาคนที่เริ่มสนใจแล้ว ขยับจากการเห็น → ไปสู่การคลิก → เข้าเว็บไซต์ แบบที่วัดผลและต่อยอดได้จริง

Website Visits คืออะไร และเหมาะกับใคร

วัตถุประสงค์การเข้าชมเว็บไซต์ (Website Visits) หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “ยิงเข้าเว็บ” คือวัตถุประสงค์ที่ระบบจะโฟกัส “คนที่มีแนวโน้มจะคลิก” แล้วส่งไปยัง URL ปลายทางที่ตั้งไว้ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์/ หน้าแลนดิ้งเพจให้มากขึ้น


ซึ่งมันเหมาะกับสถานการณ์แบบนี้มาก ๆ เช่น ธุรกิจมีหน้าโปรโมชัน หน้าเปิดตัวสินค้า หน้าเก็บรายละเอียด หรือบทความที่อยากให้คนเข้าไปอ่าน แต่ยังไม่พร้อมกระโดดไปวัดยอดซื้อทันที หรืออยากสร้างทราฟฟิกก่อนเพื่อเอาไปทำรีมาร์เก็ตติ้งในขั้นต่อไป



Website Visits ต่างจาก Reach/ Video Views และต่างจาก Website Conversions ยังไง

Reach/ Video Views จะเน้นให้โฆษณาเข้าถึงคนจำนวนมาก และถูกเห็นซ้ำบ่อยพอจนเริ่มเกิดการจดจำ เหมาะกับช่วงที่ต้องการสร้างการรับรู้ หรือทำให้แบรนด์คุ้นตาและอยู่ในใจกลุ่มเป้าหมายก่อน


โดยระบบจะเน้นกระจายโฆษณาให้คนเห็นในวงกว้าง และเพิ่มโอกาสให้เกิดการเห็นซ้ำ เพื่อสร้างการรับรู้และความคุ้นเคยกับแบรนด์


ความสับสนของผู้ลงโฆษณาที่พบบ่อยอีกเรื่องคือ “ยิงเข้าเว็บ” กับ “ยิงคอนเวอร์ชัน” ซึ่งดูเหมือนใกล้กัน แต่จริง ๆ แล้วมีจุดโฟกัสคนละแบบ เพราะ…


Website Visits จะเน้นพาคนเข้าเว็บไซต์ โดยโฟกัสไปที่การคลิกและการเข้าชมเว็บ เหมาะกับช่วงที่ต้องการให้คนไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ เช่น โปรโมชัน สินค้า บริการ หรือข้อมูลที่ลึกกว่าบนหน้าโฆษณา


โดยระบบจะเน้นส่งโฆษณาไปยังคนที่มีแนวโน้มคลิกและเข้าเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มทราฟฟิกและพาคนไปดูข้อมูลต่อบนเว็บ


ส่วน Website Conversions จะเน้นให้เกิดการกระทำสำคัญบนเว็บไซต์ เช่น สมัครสมาชิก กรอกฟอร์ม หรือซื้อสินค้า จึงเหมาะกับช่วงที่ต้องการผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น และควรมีการตั้งค่าการวัดผลให้พร้อม เช่น LINE Tag และ Conversion API


ระบบจะเน้นหาคนที่มีแนวโน้มทำ Conversion บนเว็บไซต์มากกว่าแค่คลิกเข้าไป จึงเหมาะกับแคมเปญที่ต้องการผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ชัดเจน


พูดแบบภาษาคนทำงาน:

  • ถ้าตอนนี้เป้าหมายคือ “อยากให้คนเข้าไปดูหน้าโปรโมชั่น/ อ่านรายละเอียดบนเว็บไซต์” ให้เลือกใช้วัตถุประสงค์ Website Visits
  • ถ้าตอนนี้เป้าหมายคือ “อยากให้คนซื้อ/ สมัคร/ ทิ้งข้อมูลติดต่อบนเว็บไซต์” ให้เลือกใช้วัตถุประสงค์ Website Conversions


อ่านบทความ “Conversion Objective บน LINE Ads: เปลี่ยนคนที่ “เห็น–คลิก” ให้กลายเป็น “คนซื้อ/ คนสมัคร” ด้วย Website Conversions” (ใส่หรือฝังลิงก์บทความ Awareness ที่เผยแพร่แล้ว)

ก่อนยิง Website Visits มี 3 อย่างที่ต้องเตรียมให้พร้อม (ไม่งั้นคลิกมาแล้วเสียของ)

อย่างแรกคือ หน้าเว็บต้องพาไปต่อได้จริง เพราะ Website Visits จะพาคนมาถึง “หน้าบ้าน” ให้ แต่ถ้าหน้าบ้านโหลดช้า อ่านยาก หรือสื่อสารไม่ตรงกับโฆษณา ผลลัพธ์จะออกมาเหมือน “มีจำนวนคลิก แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น”


สิ่งที่ควรเช็กก่อนปล่อยแคมเปญคือ หน้า Landing Page โหลดไวบนมือถือ, ข้อความหน้าเว็บตรงกับคำโฆษณา, ปุ่ม/ ทางไปต่อเห็นชัด และมีสิ่งที่ช่วยลดความลังเล เช่น รีวิว เงื่อนไขส่งฟรี ราคาโปร ข้อได้เปรียบที่ต่างจากเจ้าอื่น


อย่างที่สองคือ ต้องรู้ว่าคนคลิกมาจากอะไร แนะนำให้ใส่ UTM* ซึ่งเป็นพารามิเตอร์ที่ต่อท้ายลิงก์ เพื่อช่วยระบุว่า ผู้เข้าชมเว็บมาจากแคมเปญไหน โฆษณาชิ้นไหน หรือคอนเทนต์ไหน โดยข้อมูลนี้สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ในเครื่องมือวัดผลเว็บไซต์ เช่น Google Analytics ว่าอะไรที่พาคนเข้าเว็บได้จริง


*สำหรับมือใหม่ อาจข้ามเรื่อง UTM ไปก่อนก็ได้


อย่างที่สามคือ เตรียม “การวัดผลเชิงลึก” ไว้ล่วงหน้า เพราะผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่เข้ามาจะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณค่ามากขึ้นทันที ถ้าสามารถนำไปทำรีมาร์เก็ตติ้งหรือทำคอนเวอร์ชันต่อได้


จุดนี้แนะนำให้อ่านต่อเรื่องการติดตั้งและการใช้งาน LINE Tag และเครื่องมือช่วยตรวจสอบอย่าง LINE Tag Helper


วิธีตั้งแคมเปญ Website Visits ให้เข้าใจง่าย (โฟกัสจุดที่ทำให้ผลต่าง)

ตอนสร้างแคมเปญ ให้เลือกวัตถุประสงค์เป็นแบบการเข้าชมเว็บไซต์ (Website visits) แล้วค่อยไปตั้งค่าหลักในระดับ Ad Group ซึ่งโดยทั่วไปมี 3 เรื่องที่ทำให้ผลต่างแบบชัดเจน


เรื่องแรกคือ กลุ่มเป้าหมาย (Targeting)

ถ้าเป็นแคมเปญแรก ๆ ที่ยังไม่มีข้อมูล แนะนำเริ่มจากกลุ่มเป้าหมายหลักที่กว้างพอให้ระบบเรียนรู้ แล้วค่อย “ค่อย ๆ แคบ” ด้วยข้อมูลจริงทีหลัง


ถ้ามีฐานอยู่แล้ว การใช้ Custom Audience จะช่วยให้หาลูกค้าได้แม่นขึ้นเยอะ เพราะเอาคนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์/ เคยเข้าเว็บ/ เคยเป็นลูกค้ามาเป็นฐานยิงซ้ำ หรือทำ Lookalike ต่อได้


เรื่องที่สองคือ การประมูล (Bidding)

สำหรับ Website Visits มีทั้งแบบตั้งเองและแบบให้ระบบช่วยปรับเพื่อ “เพิ่มคลิก” ซึ่งแนวคิดคือ ยิ่งระบบมีข้อมูลมากขึ้น ก็ยิ่งหาคนที่มีแนวโน้มจะคลิกได้ดีขึ้น และโดยปกติถ้าเลือกแบบให้ระบบ “maximize clicks” ระบบจะคิดค่าใช้จ่ายตามคลิก (CPC) เป็นหลัก


เรื่องที่สามคือ ชิ้นงานโฆษณา (Creative) ต้องออกแบบเพื่อ “พาไปต่อ”

สำหรับภาพแอดโฆษณาที่ใช้สำหรับวัตถุประสงค์ Website Visits จะไม่ใช่แค่รูปที่ทำให้คนชอบ แต่ต้องทำให้ “อยากกด” เพราะฉะนั้นครีเอทีฟที่เวิร์กมักมี 3 อย่างอยู่ด้วยกันเสมอ:

ข้อความที่ชัดว่าพอคลิกแล้วจะได้อะไร, เหตุผลที่ควรกดตอนนี้, และภาพ/ วิดีโอที่สื่อสารให้เข้าใจใน 1 วินาทีแรก



ทำไมหลายแคมเปญเลือก “ดันคลิกเข้าเว็บ” ด้วย LINE Ads

ถ้าผู้ลงโฆษณาสังเกตว่าแคมเปญแนว “พาคนเข้าเว็บ” ถูกพูดถึงเยอะขึ้นในช่วงหลัง ๆ เหตุผลหนึ่งคือวัตถุประสงค์เข้าชมเว็บไซต์โตแรงมาก


จากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2023 ถึง 2025 จะเห็นได้ว่าวัตถุประสงค์เข้าชมเว็บไซต์มีการเติบโตของการใช้งาน/ ประสิทธิภาพถึง +324% เมื่อเทียบกับวัตถุประสงค์เว็บไซต์คอนเวอร์ชั่น ที่โตเพียง +27% ซึ่งสะท้อนว่า Traffic ยังเป็น “เครื่องมือหลัก” ที่หลายธุรกิจใช้เพื่อเพิ่มปริมาณ (volume) ให้เกิดการคลิกจำนวนมากก่อน แล้วค่อยต่อยอดเป็น Conversions ภายหลัง


อีกมุมที่ช่วยอธิบายได้ชัดคือ Website Visits ถูกออกแบบมาเพื่อ “เอาคนไปหน้าเว็บ” อยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่ตัวเลขบอกว่า Clicks สูงกว่าวัตถุประสงค์โฆษณากลุ่มอื่นประมาณ 3 เท่า นั่นหมายความว่า ถ้าวันนี้ KPI หลักคือ “อยากให้คนกดเข้าเว็บเยอะขึ้น” การเริ่มที่ Website Visits จะทำให้ระบบโฟกัสไปที่พฤติกรรมคลิกมากที่สุด


สิ่งที่ผู้ลงโฆษณาอยากได้จริงคือคลิกที่มีคุณภาพ ซึ่งข้อมูลย้อนหลังช่วยยืนยันภาพนี้ได้ดี เพราะตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมาอัตราการแสดงผล (Impressions) โตถึง +106.3% และ Clicks โตถึง +46.8% แบบต่อเนื่อง นี่เป็นสัญญาณว่าไม่ได้มีแค่ปริมาณการเห็นเพิ่มขึ้น แต่พฤติกรรม “กดเข้าเว็บ” ก็โตตามไปด้วยในทิศทางที่แข็งแรง


มีข้อมูลสถิติน่าสนใจจากบางกลุ่มธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นชัดว่าการเลือกใช้วัตถุประสงค์ Website Visits นั้นให้ผลลัพธ์ได้คุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อยิงโฆษณาในช่วงเวลาที่เหมาะสมของปี



วัดผล–ต่อยอด–ทำให้ยิงแม่นขึ้น

การเข้าชมเว็บไซต์ที่ดี ไม่ได้จบที่ “จำนวนคลิก” แต่ต้องจบที่ “เอาคนที่คลิกมาแล้ว ไปทำให้เกิดผลลัพธ์ธุรกิจต่อ” ซึ่งทางลัดที่ทำให้ทีมยิงแม่นขึ้นในแคมเปญถัดไปคือ ผู้ลงโฆษณาต้องเริ่มเก็บข้อมูลและสร้างกลุ่มเป้าหมายจากพฤติกรรมจริงให้ได้


แนะนำให้ต่อยอดด้วย 3 ชิ้นนี้ตามลำดับ:


1. เริ่มติดตั้ง LINE Tag เพื่อวัดเหตุการณ์บนเว็บและทำรีมาร์เก็ตติ้ง


2. จากนั้นถ้าต้องการวัดผลให้ครบขึ้นโดยเฉพาะในยุคที่ข้อจำกัดการเก็บข้อมูลเยอะขึ้น ให้ศึกษาต่อเรื่อง Conversion API


3. และเมื่อเริ่มมีข้อมูลยอดขาย/ มูลค่าการซื้อแล้ว การดูผลตอบแทนแบบธุรกิจด้วย ROAS จะช่วยตัดสินใจเพิ่ม–ลดงบได้ตรงจุดมากขึ้น


และถ้าต้องการทำให้ “การเลือกกลุ่มเป้าหมาย” แม่นขึ้นกว่าเดิม ลองอ่านเพิ่มเรื่อง Targeting แบบใหม่ของ LINE Ads เพื่อเจาะพฤติกรรมผู้ใช้ LINE ได้ละเอียดขึ้น

Website Visits จึงเป็นวัตุประสงค์โฆษณาที่ช่วยดึงความสนใจของลูกค้า ก่อนตัดสินใจซื้อ

ถ้าธุรกิจเริ่มมีคนเห็นโฆษณาแล้ว ขั้นต่อไปคือทำให้คน “สนใจมากพอที่จะกดเข้าไปดูรายละเอียด” นี่แหละคือหน้าที่ของวัตถุประสงค์ Website Visits เพราะมันช่วยพาคนจากการเห็นโฆษณาใน LINE ไปสู่หน้าเว็บที่มีข้อมูลสำคัญ เช่น ราคา โปรโมชัน รีวิว หรือรายละเอียดสินค้า เพื่อให้คนได้พิจารณาก่อนตัดสินใจ และเมื่อคนเข้าเว็บแล้ว ขั้น Conversion ก็จะทำงานง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ กรอกฟอร์ม หรือทักแชท


และถ้าพร้อมเปลี่ยนการมองเห็นให้กลายเป็นการเข้าชมเว็บไซต์แบบวัดผลได้ ขั้นต่อไปคือเปิด LINE Ads https://admanager.line.biz แล้วเริ่มสร้างแคมเปญด้วยวัตถุประสงค์การเข้าชมเว็บไซต์ (Website Visits) เพื่อพาคนเข้าเว็บตั้งแต่วันนี้


นโยบายการใช้งานคุกกี้ของเรา

บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จํากัด ใช้บริการคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานเว็บไซต์ของเราแก่ท่าน

ท่านสามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวได้ที่นี่

นโยบายความเป็นส่วนตัว LCT และ ตั้งค่าคุกกี้